ผวจ.โคราช กำชับ 32 อ.แจ้งเตือน ปชช.รับมือไวรัส RSV หลังตรวจพบเด็กเข้าข่ายติดเชื้อ 8 ราย

ผู้ว่าฯโคราช สั่งกำชับ 32 อำเภอแจ้งเตือนประชาชนรับมือโรคติดเชื้อไวรัส RSV ในช่วงปลายฝนต้นหนาว หลังตรวจพบผู้ป่วยเด็กเข้าข่ายติดเชื้อไวรัส RSV แล้ว 8 ราย

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน จากกระแสข่าวในนายแพทย์รายหนึ่งโพสต์ข้อความลงในโซเชียลว่า มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส RSV ช่วงปลายฝนต้นหนาวในเด็กเล็กจำนวนมาก จนเอาไม่อยู่ และเสนอให้มีการ lock down เนิร์สเซอรี่ หรือโรงเรียนที่มีเด็กป่วยหลายคน ซึ่งทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองต่างพากันแตกตื่นกับกระแสข่าวดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จนนำมาซึ่งการแถลงข่าวจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา

โดย นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฯ ที่ออกมาให้ข้อมูลว่า ตรวจพบเด็กที่เข้าข่ายติดเชื้อไวรัส RSV อยู่จำนวน 30 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุระหว่าง 2-5 ขวบ เข้าแอดมิทรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาขณะนี้ จำนวน 8 ราย และทั้ง 8 รายยังไม่มีอาการรุนแรงใดๆ โดยยืนยันว่าโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมายังสามารถรับผู้ป่วยเด็กได้อีกจำนวนมาก และไม่มีสถานการณ์คนไข้มารักษาล้นหอผู้ป่วยแต่อย่างใด อีกทั้งเด็กที่ติดเชื้อไวรัส RSV ทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ที่ยังไม่เข้าเรียนในสถานศึกษาหรือเนิร์สเซอรี่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายวิเชียร จันทรโณทัย ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ทางจังหวัดฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ แล้ว โดยยืนยันว่าอยู่ในภาวะรับมือได้ มีเด็กป่วยเข้าข่ายติดเชื้อไวรัส RSV อยู่ 8 ราย และในพื้นที่ ให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะอาการของโรค รวมถึงวิธีป้องกัน และวิธีรับมือกับโรคไวรัส RSV หากตรวจพบว่ามีการติดเชื้อแล้ว ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนในจังหวัดได้ตื่นตัวรู้จักการป้องกันและรับมือกับโรคได้อย่างถูกวิธี

ซึ่งนายแพทย์สาธารณสุขได้รายงานลักษณะอาการของโรคติดเชื้อไวรัส RSV ว่า เป็นโรคทางเดินหายใจที่เกี่ยวกับปอด ที่ทุกช่วงอายุสามารถติดเชื้อได้ง่าย ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัส RSV หรือยารักษาเฉพาะ ต้องรักษาตามอาการ มักจะระบาดในช่วงปลายฝนต้นหนาว สามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยผ่านทางเยื่อบุตา จมูก ปาก หรือผ่านทางการสัมผัสเชื้อโดยตรงจากการจับมือ การติดเชื้อมักพบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ซึ่งในเด็กเล็กจะเป็นวัยที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรง โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคหัวใจ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทารกคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น ซึ่งบางรายที่มีอาการรุนแรง อาจถึงขั้นตัวเขียว เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ผู้ปกครองสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV ได้ ด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หมั่นล้างมือให้สะอาดป้องกันการติดต่อทางการสัมผัส และทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ รวมทั้งให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด หรือที่สาธารณะ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำ และให้ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เพื่อลดภาวะขาดน้ำและช่วยขับเสมหะ สำหรับเด็กเล็กให้แยกอุปกรณ์และภาชนะต่างๆ ของเด็ก ไม่ให้ใช้ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นวิธีที่ช่วยป้องกันบุตรหลานให้ปลอดภัยจากโรคได้เป็นอย่างดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ธนกร’ ย้อน ‘พนิต’ ว่าคนอื่นให้ดูตัวเองก่อน ยก ‘บิ๊กตู่’ ทองแท้ไม่กลัวไฟลน
บทความถัดไปภูกระดึง จัดงาน “คีตกาลแห่งขุนเขาสืบสานตำนานภูกระดึง” ขุดตำนานความเชื่อเมืองแห่งเทวดา