สยามพิวรรธน์เสริมทัพธุรกิจ ปรับองค์กรสู่สุดยอดประสบการณ์ดิจิทัลเชื่อมโลกทุกมิติ

สยามพิวรรธน์เสริมทัพธุรกิจ

⦁ปรับองค์กรสู่สุดยอดประสบการณ์ดิจิทัลเชื่อมโลกทุกมิติ

สยามพิวรรธน์ดึงบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ‘อริยะ พนมยงค์’ สร้างประสบการณ์ดิจิทัล (Digital Experience) ที่แตกต่างและไม่เหมือนใครผ่านช่องทางออมนิ ชาแนล (Omni Channel) แบบไร้รอยต่อ ปรับโครงสร้างองค์กร ประกาศแต่งตั้ง 2 แม่ทัพหญิงนั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ เดินหน้ากลยุทธ์ ‘สร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่ายสู่ความยั่งยืน’ ดึงคนรุ่นใหม่ สร้างทีมขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกับพันธมิตร คู่ค้า พร้อมตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลก

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ เปิดเผยว่า การทำธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 คือการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในเรื่องความต้องการของลูกค้าของเราทั้งในประเทศและที่เคยเดินทางมาเยี่ยมเยือนโครงการของเราจากทั่วโลก (Global Citizen) บริหารความคาดหวังจากบรรดาร้านค้า และพันธมิตรทางธุรกิจที่เราจะต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความสำเร็จในรูปแบบใหม่ๆ ร่วมกัน จึงนับเป็นโอกาสที่ทำให้เราเร่งปรับและพัฒนาองค์กรให้สำเร็จในปีนี้ เพื่อให้บรรดาบุคลากรทั้งหมดสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

“เราเชื่อว่าในที่สุดสถานการณ์โควิด-19 จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนจำเป็นต้องออกมาใช้ชีวิตตามปกติอย่างมีวินัย และผู้คนจากทั่วโลกยังต้องเชื่อมโยงเข้าหากัน สยามพิวรรธน์จึงต้องเร่งปรับเปลี่ยนองค์กร เพื่อทำให้เกิดผลงานได้อย่างรวดเร็วในทุกสถานการณ์” นางชฎาทิพกล่าว

นางชฎาทิพกล่าวต่อไปว่า ท่ามกลางความท้าทายนี้ สยามพิวรรธน์ได้พัฒนาโครงสร้างสู่การเป็นองค์กรที่นำเสนอประสบการณ์ดิจิทัล (Digital Experience) ที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร ผ่านช่องทางออมนิ ชาแนล (Omni Channel) ที่ขยายเครือข่ายบนแพลตฟอร์มต่างๆ ให้เข้าถึงตัวลูกค้าทั่วประเทศและทั่วโลกแล้วเชื่อมโยงกลับมาที่สินค้าและบริการในศูนย์การค้า รวมทั้งการพัฒนาระบบอัตโนมัติ (Automation) ในการบริหารจัดการและการให้บริการ โดยได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกแห่งหนึ่งมาจัดแผนงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งเสริมทีมงานโดยมีผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าด้านเทคโนโลยี ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย คือ นายอริยะ พนมยงค์ อดีต Head ของ Google ประเทศไทย, อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท LINE ประเทศไทย และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO และผู้ก่อตั้งบริษัท Transformational ที่จะเข้ามาเป็นผู้นำทัพการเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital transformation) ให้กับสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้

นางชฎาทิพกล่าวว่า บริษัทที่ปรึกษาดังกล่าวจะนำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลออมนิ ชาแนล และประสบการณ์จากการให้คำแนะนำแก่บริษัท Fortune Global 500 มากมาย มาสนับสนุนให้สยามพิวรรธน์บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำออมนิ ชาแนล ที่โดดเด่นในประเทศไทย และภูมิภาคในอนาคต และในส่วนของ คุณอริยะ พนมยงค์ ซึ่งเคยเป็นผู้นำในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก รวมทั้งมีประสบการณ์ที่กว้างขวาง เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและโซเชียล จะมาสนับสนุนสยามพิวรรธน์ในการขับเคลื่อน และสร้างมิติใหม่ในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

ทางด้าน นายอริยะ พนมยงค์ กล่าวว่า ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส และในเวลานี้ สยามพิวรรธน์พร้อมที่จะเริ่มสร้าง และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในครั้งนี้ ยังมีโอกาสอีกมากมายสำหรับการเติบโตในตลาดการค้า และ E-Commerce ที่มีพื้นที่เพียง 6% ของอุตสาหกรรมค้าปลีก แต่ทั้งนี้เป้าหมายหลักของเรายังคงเป็นการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและไม่ซ้ำใคร การปรับเปลี่ยนของสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้จะนำไปสู่ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างสุดยอดประสบการณ์ดิจิทัลแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการนำนวัตกรรม และ Data Powered Marketing เพื่อการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ลึกขึ้น มาสร้างเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่จะตอบโจทย์ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้คนจากทั่วโลก

นางอัมพร โชติรัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ใน 3 ปีที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์ได้ใช้เงินไปประมาณ 900 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบนวัตกรรม Digital Platform และระบบบริหารฐานข้อมูลอย่างครบวงจร โดยมีแผนที่จะลงทุนต่อเนื่องในปี 2564 เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติ 30 โครงการ (Automation) เพื่อลดขั้นตอนการทำงานของพนักงานในการให้บริการเรื่องต่างๆ ลดขั้นตอนการอนุมัติที่ซับซ้อน ผลักดันให้ทุกคนทำงานได้สำเร็จเร็วขึ้น

สำหรับกลยุทธ์สำคัญในการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลของสยามพิวรรธน์ คือการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจหลายรายที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลต่างๆ ให้เกิดธุรกิจโมเดลใหม่ๆ อีกทั้งทำงานร่วมกับ Global Partners ที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกในประเทศต่างๆ ในการร่วมกันขยายเครือข่าย Omni Channel ให้ครอบคลุมทุกมิติได้ทั่วโลก อีกทั้งมุ่งสร้างช่องทางของการจัดจำหน่ายใหม่ๆ ที่จะสร้างประสบการณ์ที่น่าสนุก แตกต่างและประทับใจ ร่วมกับบรรดาคู่ค้าและร้านค้าที่มีอยู่ในศูนย์การค้าของสยามพิวรรธน์ อย่างไร้พรมแดน

นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์ ได้ปรับโครงสร้างองค์กร พร้อมแต่งตั้งผู้บริหารใหม่ 2 ท่าน

1.แต่งตั้ง นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ (President) สายส่งเสริมการตลาดและองค์กรสัมพันธ์ รับผิดชอบการมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าทั่วโลก พร้อมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและนอกประเทศเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่จะประสานประโยชน์ร่วมกันได้ในหลากหลายวิถีทาง

2.แต่งตั้ง นางแคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ รับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ (President) สายการขายและธุรกิจสัมพันธ์ รับผิดชอบในการยกระดับการขายเชื่อมโยงออฟไลน์สู่ออนไลน์ให้กับบรรดาร้านค้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยจากฐานลูกค้าของสยามพิวรรธน์ที่มีอยู่แล้วทั่วโลก

ทั้งนี้ ผู้บริหารทั้ง 2 ท่านจะเสริมทัพผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลด้านอื่นๆ อยู่แล้ว ได้แก่ นางอัมพร โชติรัชสกุล ซึ่งรับผิดชอบหน่วยงานสนับสนุนทั้งหมดของสยามพิวรรธน์ และทำ Digital Transformation นางกนกลดา ฤกษ์เกษม รับผิดชอบในเรื่องบริหารการเงินและการขยายการลงทุน และนางอุสรา ยงปิยะกุลที่รับผิดชอบในการดำเนินการและบริหารกลุ่มธุรกิจค้าปลีกของบริษัทในเครือรวมถึงการขายออนไลน์

และเพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการบริหารจัดการในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สยามพิวรรธน์ได้จัด Agile Team คนรุ่นใหม่ และสร้างหน่วยงาน Think Tank เข้าทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูง ให้เป็นทีมงานที่จะรับผิดชอบหลากหลายโปรเจ็กต์ในการพัฒนาธุรกิจของบริษัท และทำงานร่วมกับบรรดาร้านค้าพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างโมเดลในการขายใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้ได้แสดงศักยภาพเต็มที่เพื่อช่วยขับเคลื่อนองค์กร และส่งผลให้รายได้เติบโตในเวลาอันรวดเร็วอีกด้วย

นางชฎาทิพกล่าวปิดท้ายว่า การจัดโครงสร้างใหม่ภายใต้การบริหารของกรรมการผู้จัดการใหญ่ทั้ง 5 ท่าน ที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในวงการค้าปลีกจะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจในเครือของสยามพิวรรธน์ทั้งหมดมีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน ส่วน Agile Team คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถหลากหลาย มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทีมนี้จะทำหน้าที่มองหาโอกาส และนำแนวความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ที่เกิดในโลกดิจิทัล มาช่วยพัฒนาและต่อยอดให้องค์กรสามารถมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่เหนือความคาดหมาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าจากทั่วโลกได้อย่างเต็มที่

สำหรับสยามพิวรรธน์ยังมีแผนที่จะปรับปรุง 3 ศูนย์การค้าในเครือ ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ในปี 2564-2565 ด้วยการปรับคอนเซ็ปต์การนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัล (Digital Experience) ที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร ผ่านช่องทางออมนิ ชาแนล ทั่วทุกอาคาร เพื่อสร้างสุดยอดประสบการณ์ และทำให้ผู้คนจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงประสบการณ์ต่างๆ ได้ตลอดเวลา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อภิสิทธิ์ นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงหนุน ชุมพล กาญจนะ ชิงเก้าอี้นายก อบจ.สุราษฏร์ธานี
บทความถัดไปซาบีน่า มั่นใจผลประกอบการพ้นจุดต่ำสุดแล้ว ไตรมาส3 รายได้-กำไร ดีกว่าคาด ลุยแคมเปญต่อเนื่องกระตุ้นยอดซื้อ