สธ.ยันโควิด-19 ในไทย ยังไม่ใช่ระลอก 2 เหตุพบผู้ติดเชื้อเพียง 2 ราย

สธ.ยันโควิด-19 ในไทย ยังไม่ใช่ระลอก 2 เหตุพบผู้ติดเชื้อเพียง 2 ราย

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค รายงานความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย

นพ.โสภณ กล่าวว่า ความคืบหน้าของผู้ติดเชื้อในประเทศ เป็นผู้ป่วย หญิง อายุ 51 ปี ใน จ.สิงห์บุรี มีกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง 32 ราย ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ให้ผลลบทุกราย ซึ่งจะเบาใจได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามจะต้องกักกันให้ครบ 14 วัน เพื่อตรวจเชื้อซ้ำ ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 195 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่พบในที่สาธารณะ เที่ยวบินเดียวกัน ได้ติดตามแล้ว เนื่องจากเที่ยวบิน เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน สายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD8717 นี้มีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 2 ราย ที่ได้รับการยืนยันไปแล้ว เป็น ผู้ป่วยจากกรุงเทพมหานคร และ จ.พิจิตร

“ทีมงานสอบถามพบว่า ผู้ป่วยอายุ 51 ปี จ.สิงห์บุรี นั่งที่นั่ง 52C ห่างจากผู้ป่วยรายก่อนหน้าคือ กรุงเทพฯ และ จ.พิจิตร ที่นั่ง 44J และ 44K โดยนั่งห่างกัน 8 แถว และไม่ได้รู้จักกัน แต่ทุกคนสวมหน้ากากเมื่ออยู่บนเครื่องบิน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สนามบินแม่ฟ้าหลวง พบว่า ผู้ป่วยใน จ.สิงห์บุรี (ผู้ติดเชื้อในประเทศ) ได้อยู่พื้นที่ร่วมกันกับผู้ป่วย จ.พิจิตร คาดว่ามีช่วงที่เข้าห้องน้ำเวลาใกล้เคียงกัน แต่ต้องสอบสวนเพิ่มเติมว่าจุดเสี่ยงสูงสุดอยู่ที่ใด ขณะเดียวกัน สนามบินปรับมาตรการแล้ว คือ สายการบินจากเชียงราย ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารรับประทานอาหารบนเครื่องบิน รวมถึงทำความสะอาดห้องน้ำถี่ขึ้น จัดจุดพักรอ ทั้งนี้ ขอให้ผู้โดยสารรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ และหากมีอาการป่วยให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

“กรณีผู้ป่วยชายไทย อายุ 28 ปี จ.เชียงราย ไม่ได้เดินทางไป จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา แต่มีเพื่อนที่กลับมาจากท่าขี้เหล็ก เป็นเพื่อนที่อยู่ จ.เชียงราย และ จ.พะเยา ได้พักในห้องเดียวกัน ก่อนหน้าที่จะมีอาการป่วย ระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายน มีประวัติไปร่วมงานฟาร์มเฟสติวัล ที่สิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย ขณะนี้ข้อมูลพบว่า ผู้ที่ไปร่วมงานวันเดียวกันนั้น เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 มากกว่า 2,000 ราย ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม และกรณีสุดท้าย คือ ผู้ติดเชื้อชาวเมียนมา” นพ.โสภณ กล่าว

ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ประชาชนติดตามการแถลงจาก สธ. และ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) ที่จะแถลงในทุกวัน ซึ่งจะมีการรายงานเที่ยวบินที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประชาชนเข้ามารางานตัวหรือเข้ารับการตรวจ ขอเน้นย้ำในการสวมหน้ากากอนามัยให้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ ขอให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านเช่า โรงแรม โรงงาน ผู้ประกอบการ หากพบผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายไม่ได้กักตัว 14 วัน ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง และชุมชน

“ความเสี่ยงของการติดเชื้อไม่ได้อยู่ที่สถานที่ แต่เกิดจากที่เราอยู่ในเวลาเดียวกันกับผู้มีเชื้อและสามารถแพร่ได้ เพราะฉะนั้น จังหวัดต่างๆ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิจิตร หรืออื่นๆ เป็นสถานที่ปลอดภัย สามารถไปเที่ยวได้ โดยไม่กังวล แต่ขอให้ทุกคนเน้นย้ำการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือและเว้นระยะห่างระหว่างกันให้มาก” นพ.โอภาส กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เป็นการระบาดระลอก 2 แล้วหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า ขณะนี้เรายังไม่ได้อยู่ในระดับนั้น เนื่องจากผู้ติดเชื้อเกือบทุกรายมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และผู้ที่ติดในประเทศไทย ก็ทราบว่าเป็นการติดมาจากผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ และไม่มีการแพร่เชื้อต่อ ยังอยู่ในวงจำกัดมาก ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม เรายังสามารถระบุแหล่งที่ได้รับเชื้อได้ในระดับหนึ่ง และไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งใน 7 จังหวัด เนื่องจากเมื่อผู้ป่วยกลับภูมิลำเนาแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่มีการแพร่เชื้อ ดังนั้นจึงไม่ใช่การระบาดครั้งที่ 2

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อังกฤษเริ่มฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรก 8 ธันวาคมนี้ ควีนเอลิซาเบธ ร่วมประเดิม
บทความถัดไปผบ.กองกำลังจิตอาสาพระราชทานฯ ลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ติดตามความช่วยเหลือปชช.ประสบอุทกภัย