‘ในหลวง’ พระราชทานเครื่องมือแพทย์แก่รัฐบาลช่วยเหลือปชช.

‘ในหลวง’ พระราชทานเครื่องมือแพทย์แก่รัฐบาลช่วยเหลือปชช. ด้าน ‘อนุทิน’ ชี้ ไม่มีวัคซีนไหนปลอดภัยที่สุด

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 13 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นเวลา 15 นาที ภายหลังเข้าพบนายอนุทิน กล่าวว่า วันเดียวกันนี้มารายงานนายกฯ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานเครื่องมือแพทย์ให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อมอบให้รัฐบาลใช้ในการดูแลประชาชน ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เช่น รถตรวจพระราชทาน หากรวมกับที่จะพระราชทานมาใหม่ก็จะมี 20 คัน

นายอนุทิน กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนยังรายงานนายกฯ เรื่องการจัดการวัคซีนโควิด-19 ว่ามาจากประเทศไหน และเป็นอย่างไร เราต้องระมัดระวังอะไรบ้าง โดยขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนจากที่ไหนที่ปลอดภัยที่สุด เพราะถ้าจะให้ปลอดภัยที่สุดต้องศึกษามาเป็นสิบๆ ปี แต่เราเพิ่งเผชิญเหตุการณ์มาปีกว่าๆ จึงต้องศึกษากันต่อไป แต่ส่วนใหญ่ก็ทดลองในระดับที่เชื่อมั่นว่าปลอดภัยในระดับหนึ่ง ตอนนี้การใช้วัคซีนก็เป็นการใช้ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินหรือตามเงื่อนไขการขออนุญาตใช้วัคซีนโควิด-19 เป็นการฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization) จึงเป็นการฉีดโดยการพิจารณาของรัฐบาล ไม่ใช่ฉีดในเชิงพาณิชย์ โดยการนำเข้ามาจะต้องผ่านกระทรวงสาธารณสุข ผู้ผลิตวัคซีนไม่สามารถไปขายโดยเอเยนต์หรือเชิงพาณิชย์ได้ ต้องเป็นการขายโดยรัฐต่อรัฐโดยตรง

นายอนุทินกล่าวว่า ทั้งนี้แม้สถานการณ์ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงแล้ว แต่อย่าไปดีใจหรือเสียใจกับตรงนั้น ขอให้เชื่อว่าระบบสาธารณสุขยังทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ จำนวนผู้ติดเชื้อแม้จะมีมากขึ้น แต่ก็มากขึ้นในกลุ่มที่เราก็รู้ว่าจะต้องเพิ่มขึ้นจากตรงนี้ แต่สิ่งที่เรากลัวที่สุด คือ ไปไหนมาไหนก็เจอแต่ผู้ติดเชื้อมาจากทุกที่ แต่เราไม่รู้ว่ามาจากไหนและติดจากไหน แต่เรายังไม่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ทั้งนี้ที่สำคัญอัตราติดเชื้อจากผู้ที่ป่วยแล้วหาย ติดเชื้อแล้วมีอาการหรือผู้ที่เสียชีวิตยังคงอยู่ในบรรทัดฐานของกรอบที่ยังไม่หลุดออกไป ซึ่งเรายังควบคุมได้อยู่

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คุมแฟนหนุ่ม’สาวโคโยตี้’ดับจากเสพเคนมผง สอบเข้มหลังแพทย์ให้ออกจาก รพ.
บทความถัดไปโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้พิพากษาอาวุโสให้ดำรงตำแหน่งในศาลต่างๆ 133 ราย