โพลชี้ครู 46.6% ให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬา

โพลชี้ครู 46.6% ให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬา

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า เนื่องจากครูเป็นหนึ่งในวิชาชีพที่มีความสำคัญกับการพัฒนาคน หรือทุนมนุษย์ ให้เป็นผู้ที่มีความพร้อมสำหรับการพัฒนาประเทศในอนาคต และเนื่องในวันครูประจำปี 2564 นี้ KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต จึงสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ครูกับมิติการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย” เพื่อสะท้อนมุมมองด้านการดูแลสุขภาพโดยใช้กิจกรรมการเล่นกีฬา และออกกำลังกายเป็นสื่อซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาวะของครูโดยรวม โดยสำรวจผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 11-12 มกราคม โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูทั่วประเทศ 1,014 คน แบ่งเป็น เพศชาย 612 คน คิดเป็นร้อยละ 60.36 เพศหญิง 402 คน คิดเป็นร้อยละ 39.64 ผลการวิเคราะห์ในภาพรวมพบว่า การให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬาฯ ร้อยละ 46.60 ให้ความสำคัญระดับมากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 41.00 ให้ความสำคัญระดับมาก ร้อยละ 10.05 ให้ความสำคัญระดับปานกลาง และร้อยละ 2.35 ให้ความสำคัญระดับน้อยถึงน้อยที่สุด

สื่อ หรือแรงเสริมสำหรับการเล่นกีฬา หรือออกกำลังกาย ร้อยละ 32.91 ตนเอง รองลงมา ร้อยละ29.88 คนในครอบครัว ร้อยละ 21.66 เพื่อนร่วมงาน/ เพื่อนบ้าน ร้อยละ 11.86 โชเชียลมีเดีย และอื่นๆ ร้อยละ 3.69, ความถี่ในการเล่นกีฬาฯ ร้อยละ 29.53 1-3 วัน/สัปดาห์ รองลงมา ร้อยละ 27.44 4-5 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 24.99 ไม่แน่นอนแล้วแต่โอกาส และความสะดวก และร้อยละ 18.04 ทุกวัน, ระยะเวลาของการเล่นกีฬาฯ ร้อยละ 25.31 40-45 นาที/ครั้ง รองลงมา ร้อยละ 22.08 25-30 นาที/ครั้ง ร้อยละ 21.97 มากกว่า 50 นาที/ครั้ง ร้อยละ 18.66 30-40 นาที/ครั้ง และร้อยละ11.98 15-20/ครั้ง

ชนิดกีฬา หรือกิจกรรมการออกกำลังยอดนิยม ร้อยละ 24.55 เดินวิ่ง รองลงมา ร้อยละ 22.01 แอโรบิก ร้อยละ 20.97 จักรยาน ร้อยละ 18.83 กีฬาชนิดต่างๆ ร้อยละ 10.09 กายบริหาร และอื่นๆ ร้อยละ 3.55 และสถานที่ที่นิยมในการเล่นกีฬาฯ ร้อยละ 26.95 สถานศึกษา รองลงมา ร้อยละ 24.88 บ้านพัก ร้อยละ 22.92 สนามกีฬา ร้อยละ 15.88 สวนสาธารณะ และอื่นๆ ร้อยละ 9.37

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ กล่าวว่า จากผลการสำรวจจะเห็นได้ว่า แม้ครูจะมีบทบาทหน้าที่ หรือภาระงานหนักก็ตาม แต่เป็นที่น่ายินดีที่ครูทั่วไปต่างตระหนัก และให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬาฯ อยู่ในระดับมากที่สุด ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่าครูก็เหมือนกับผู้ประกอบวิชาชีพอื่น หรือบุคคลทั่วไป ที่เห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพ โดยใช้กิจกรรมกีฬาฯ เป็นสื่อ สำหรับกิจกรรมการเดินวิ่ง แอโรบิก และจักรยาน ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ครูนำมาใช้ในการเล่นกีฬาฯ ซึ่งหากพิจารณาถึงความสนใจในการนำกิจกรรมดังกล่าวมาเป็นสื่อ อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นกิจกรรมที่สะดวก และลงทุนน้อย

“อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างส่วนหนึ่งมีข้อเสนอในมิติที่เกี่ยวข้องกับกาเล่นกีฬาฯ อาทิ เสนอให้รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนัก และให้ความสำคัญกับการส่งเสริม และสนับสนุนกิจกรรมการเล่นกีฬาฯ ในสถานศึกษาให้มาก และต่อเนื่อง ทั้งในเวลา และนอกเวลา พร้อมเสนอให้จัดสถานที่ หรือลานกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับบริการให้ประชาชน และเยาวชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง ตลอดจนจัดอบรมให้ความรู้ และนำนวัตกรรมสมัยใหม่ที่เกี่ยวกับการเล่นกีฬาฯ ให้กับครู และผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครทั่วไป เป็นต้น สำหรับข้อเสนอดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริม และสนับสนุนด้านสุขภาพพลานามัยของประชาชนได้เป็นอย่างดี และเป็นประโยชน์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปดำเนินการต่อไป ” ผศ.ดร.รัฐพงศ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ศูนย์ข้อมูลฯ” เผยโควิดระลอกใหม่ฉุดดัชนีอสังหาฯวูบอีก หลัง Q4 ปี’63 ดีขึ้น
บทความถัดไปกกต.พิจารณา อบจ.ครบทั่วประเทศแล้ว รวมยอดว่าที่นายกถูกแขวน 49 จังหวัด ชี้ยังมีเรื่องร้องเรียน