‘ยอดพล’ แนะฝ่ายค้าน พุ่งปมโควิด เปิดซักฟอกรบ. ชี้แผลใหญ่ รอบด้าน คนมีอารมณ์ร่วม

อาจารย์นเรศวรแนะฝ่ายค้านมุ่งปมโควิด เปิดซักฟอกรบ. ชี้แผลใหญ่ รอบด้าน คนมีอารมณ์ร่วม ส่วนม็อบอภิปรายยาก หมิ่นเหม่ สภาไทยไม่เสรีที่จะพูด 

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ผศ.ดร.ยอดพล เทพสิทธา อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ถึงข้อเสนอแนะต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านในการยื่นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 25 มกราคมนี้ว่า ศึกซักฟอกรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านครั้งนี้ ดูแล้วคงไม่มีความแตกต่างจากครั้งก่อนหน้า รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลที่ออกมาตอบโต้กลุ่มการเมือง กลุ่มผู้ชุมนุม หรือพรรคฝ่ายค้าน เป็นรายวัน ตนคิดว่า รัฐบาลมีเอกภาพค่อนข้างสูง ยืนอยู่บนผลประโยชน์แบบอย่างเดียวกันแล้ว เช่น ตอนโควิดระบาดรอบแรก มีปัญหาเรื่องการกักตุน และขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันโควิด ณ ปัจจุบัน ถามว่ามีใครถูกลงโทษ ถูกสอบสวน ดำเนินการอย่างจริงจังหรือไม่ คำตอบคือไม่มี อีกทั้งยังมีพฤติการณ์หลายอย่างที่ชี้ชัดว่า ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์

“กรณีโรคระบาด ถ้ามองในแง่ตามจริง รอบแรกเรายอมเจ็บ เพื่อกลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่จริงๆ ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่ไม่ใช่ชีวิตปกติ เพราะเกิดการล้มเหลว เศรษฐกิจพัง ก็ต้องยอมรับว่าพังจริง โดยเฉพาะภาคการให้บริการ เป็นปัญหาที่เชื่อว่าทุกคนเห็น แต่ไม่สามรถนำเสนอได้ เพราะมีประเด็นที่ถูกปลุกปั่นกระแสออกมาตั้งแต่รอบที่แล้ว ว่า ถ้าเปิดประเทศแล้วติดล่ะ? ซึ่งประเด็นสำคัญที่ควรจะพูดถึง คือการที่รัฐบาลออกมาห้ามนู่น ห้ามนี่ทางเศรษฐกิจ ถามว่ามีคนเคยติดโรค อย่างที่คนของรัฐบาลติดหรือไม่ เช่น คอนเสิร์ต หรือม็อบ ก็ไม่เคยมีคนติด ฝ่ายค้านน่าจะเล่นตรงนี้มากกว่า เพราะถ้ามองดีๆ นี่คือการบริหารงานที่ผิดพลาด โดยเน้นไปที่การจัดการโรคติดต่อ”

“ที่ผ่านมา กล่าวคือ รอบแรกเหมือนว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะจัดการได้ดี ตัวเลขดูสวย แต่ผลที่ตามมาแสดงออกชัดในรอบนี้ พูดตรงๆ คือคนไม่มีเงิน รัฐบาลก็ไม่มีเงิน จึงพยายามที่จะล็อกดาวน์ โดยไม่ล็อกดาวน์ ซึ่งคิดว่า ฝ่ายค้านน่าจะเล่นประเด็นนี้มากที่สุด เพราะแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการ ต้องไม่ลืมว่า การระบาดระลอก 2 ก็มาจากการหละหลวมของภาครัฐ ที่ปล่อยให้มีการข้ามพรมแดน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า หรือบ่อนการพนัน ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นที่ถูกนำมาซักฟอก ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าตอนนี้คนน่าจะเดือดร้อนจากเศรษฐกิจอันเป็นผลมาจากพิษโควิดมากกว่า” ผศ.ดร.ยอดพลกล่าว

ผศ.ดร.ยอดพลกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการชุมนุม แต่คิดว่าฝ่ายค้านอาจจะยังไม่นำมาอภิปรายในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นประเด็นที่พูดได้ค่อนข้างยาก และเสี่ยง อีกทั้งอาจไม่มีวิธีการไหนที่พูดแล้วเข้าประเด็นที่จะโจมตีรัฐบาลได้อย่างไม่หมิ่นเหม่ เพราะมีข้อจำกัดในการพูด ไม่ได้เสรีเหมือนประเทศอื่น ดังนั้น ประเด็นนี้ ฝ่ายค้านอาจเก็บไว้ก่อน เรื่องที่ควรอภิปรายจริงๆ คือการบริหารจัดการโควิดมากกว่า

“อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีความเป็นเอกภาพมาก อย่างไรก็รอด แต่ปัญหาคือ มีประชาชนจำนวนมากที่ไม่พอใจรัฐบาล แต่ทุกวิถีทางที่ทำไป ไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลได้ ฝ่ายค้านเองก็ต้องมีประเด็นที่ชี้ให้เห็นมากกว่านี้ หากดูจากประวัติ ไม่เคยมีการล้มรัฐบาลจากการอภิปรายไม่ได้วางใจได้เลย โดยเฉพาะรัฐบาลที่เหนียวแน่นขนาดนี้ ต้องอย่าลืมว่า รัฐบาลนี้มีกลไกพิเศษ ตั้งแต่ยุค คสช. มาจนถึงปัจจุบัน มองง่ายๆ กลับกัน หากรัฐบาลเป็นพรรคเพื่อไทย ป่านนี้คงร้อนไปแล้ว” ผศ.ดร.ยอดพลกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ส.อ.ท. ผนึก สธ.-อุตฯ ออกเครื่องหมาย IPHA สร้างความเชื่อมั่นอาหารไทยปลอดโควิด
บทความถัดไปจ่อเลิกทีแคสรอบแอดมิสชั่นส์ หาก ‘ก.พ.’ สถานการณ์โควิดยังหนัก