‘เฉลิมชัย-ถาวร’ เยี่ยมชมการทดสอบนวัตกรรม รถเกี่ยวข้าวแบบเดินตามขนาดเล็ก

เฉลิมชัย-ถาวร เยี่ยมชมการทดสอบนวัตกรรม รถเกี่ยวข้าวแบบเดินตามขนาดเล็ก

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางไปเยี่ยมชมการทดสอบการปฏิบัติงานนวัตกรรม รถเกี่ยวข้าวแบบเดินตามขนาดเล็ก โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ ณ แปลงนาสาธิต ของนางอาอีซ๊ะ สลัมสี แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยเกษตรกรชาวนา ได้มอบนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พัฒนานวัตกรรมทางการเกษตร เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้กับชาวนา ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั้น ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรคิดค้นและพัฒนาโครงการ “นวัตกรรมรถเกี่ยวข้าวแบบเดินตามขนาดเล็ก” ขึ้น โดยใช้ตัวรถของรถไถนาแบบเดินตามทั่วไป ที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด นำมาติดตั้งกับเครื่องยนต์ดีเซลและเพิ่มเครื่องตัดและกลไกสำหรับใช้เกี่ยวข้าวในแปลงนา ซึ่งเหมาะสำหรับแปลงนาประเภทที่ราบลุ่ม ข้าวล้มราบเรียบถึงข้าวตั้ง รวมไปถึงพืชการเกษตรอื่นๆ ทั่วประเทศ ช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร สำหรับจุดเด่นและประโยชน์ของนวัตกรรมดังกล่าว ชาวนาสามารถทำงานได้คนเดียว ข้าวที่ตัดได้ตากเพียงแดดเดียวก็สามารถเข้าไปโรงสีได้ ตอซังข้าวมีขนาดสั้น ชาวนาไม่ต้องเผา ช่วยลดมลภาวะทางอากาศ รถเกี่ยวข้าวมีขนาดเล็ก ประหยัดต้นทุน ประหยัดแรงงาน และสามารถนำไปใช้อเนกประสงค์กับต้นหญ้าหรือตัดหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือเพิ่มชุดโรตารี่สำหรับการเตรียมพื้นที่นาได้อีกด้วย

สำหรับแปลงนาข้าวที่ใช้สาธิตนวัตกรรมรถเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ เป็นของนางอาอีซ๊ะ สลัมสี ชาวนาในพื้นที่คลองสิบสอง เขตหนองจอก ที่ทำนาปีล่าช้า เนื่องจากในช่วงต้นฤดูฝนที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกต่ำกว่าค่าปกติ ทำให้ไม่สามารถทำนาปีได้ตามปกติ กรมชลประทาน โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ ได้เข้าไปช่วยเหลือด้วยการส่งน้ำเข้าคลองชลประทานที่รับน้ำจากคลองระพีพัฒน์ พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณประตูระบายน้ำ (ปตร.) กลางคลอง 8-9 และ ปตร.ปากคลอง 13 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลำเลียงน้ำ รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณ ปตร.พระธรรมราชา (ใหม่) สามารถช่วยเหลือพื้นที่ทำนาปีล่าช้าได้ โดยไม่มีผลผลิตเสียหาย ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูแล้งนี้ อยู่ในเกณฑ์น้อย ต้องสำรองไว้ใช้เฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการทำนาปรังได้ จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้งนี้ต่อเนื่องไปจนถึงต้นฤดูฝนหน้า




เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ป้ายผ้าโผล่ #saveบางกลอย กลางอนุสาวรีย์ชัย หวั่นชาวกะเหรี่ยงถูกละเมิดสิทธิ ชี้ ‘ชาติพันธุ์ก็คือคน’
บทความถัดไปคาดเด บรอยน์ พัก 4 สัปดาห์ ส่อชวดช่วยเรือใบเยือนหงส์ 7 ก.พ.