เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้นบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าเซนต์หลุยส์เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่าหลังจากกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐาน การตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบว่าเป็นลูกบอลประทัด มีพลาสติกห่อหุ้ม ดินระเบิดแรงดันต่ำ ไม่พบสะเก็ดระเบิด และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว
สำหรับผู้ก่อเหตุทางตำรวจฝ่ายสืบสวนกำลังพิสูจน์ทราบ แต่ช่วงเวลาเกิดเหตุไม่มีคนสัญชาติเมียนมาอยู่ในที่เกิดเหตุจึงคาดว่าจะเป็นคนไทย แต่จะเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุเดิมที่บริเวณสามย่านหรือไม่ยังไม่สามารถยืนยันได้ แต่หลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุต่างกัน เพราะที่สามย่านมีสะเก็ดระเบิด แต่ก็สามารถดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้ ฐานทำให้เกิดเสียงดังอื้ออึงและทำให้ประชาชนตกใจกลัว ส่วนการรักษาความปลอดภัยสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ตำรวจนครบาลยังปฏิบัติตามปกติ แม้ว่าสถานการณ์ในเมียนมาจะตึงเครียดมากขึ้นก็ตาม
พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ตัองหาที่ก่อเหตุปาระเบิดในพื้นที่ สน.ปทุมวัน ก่อนหน้านี้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว 3 คน ส่วนผู้ที่ร่วมชุมนุมและจัดให้มีการชุมนุมกำลังตรวจสอบพยานและพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพิ่มเติมอยู่ สำหรับในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ กลุ่มราษฎรนัดชุมนุมที่หน้าห้างย่านปทุมวัน ขณะนี้ยังมีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอยู่ หากกลุ่มใดทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ทางตำรวจมีความจำเป็นที่จะไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรม แต่ยืนยันว่าจะดูแลให้มีความเรียบร้อยมากที่สุด และขอความร่วมมือให้ทุกคนคำนึงถึงการแพร่ระบาดของโรคและอย่าฝ่าฝืนกฎหมาย

