‘ดิทโต้’ ชูบริการออกแบบ-พัฒนาระบบเอกสารสู่ดิจิทัล หนุนลูกค้าทำงานที่บ้านได้เต็มศักยภาพ

‘ดิทโต้ชูบริการออกแบบ-พัฒนาระบบเอกสารสู่ดิจิทัล หนุนลูกค้าทำงานที่บ้านได้เต็มศักยภาพ

นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ผู้ให้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูล เปิดเผยว่า หลังจากเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างๆ ปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นรูปแบบทำงานที่บ้าน(Work from Home) เพื่อดูแลพนักงาน ช่วยลดการเดินทางและร่วมป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งการจะทำงานในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลจากเดิมที่จัดเก็บด้วยเอกสารกระดาษ สู่การจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัลไว้ในระบบ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ที่สามารถรองรับข้อมูลได้เป็นจำนวนมหาศาล หรือจัดเก็บไว้ในระบบจัดการข้อมูลของแต่ละองค์กร เพื่อให้บุคลากรทุกคนสามารถเข้าถึงเอกสารดิจิทัลได้อย่างสะดวกรวดเร็วแบบเรียลไทม์ ปัจจุบันจึงมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่ง ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารแบบครบวงจร โดยการสร้างระบบศูนย์กลางจัดเก็บเอกสารและฐานข้อมูลของแต่ละองค์กร เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงเอกสารต่างๆ ได้พร้อมกัน และนำฐานข้อมูลที่จัดเก็บมาใช้วิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในระยะยาว และยังสามารถตรวจสอบการเข้าถึงเอกสารดิจิทัลติดตั้งระบบป้องกันความปลอดภัย ลดต้นทุน ลดพื้นที่จัดเก็บเอกสารและลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองอื่นๆ ได้

นายฐกร กล่าวว่า บริษัทฯ ได้พัฒนาการให้บริการบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมถึงการออกแบบและให้บริการจัดทำเอกสารประเภทต่างๆ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะเข้าไปดำเนินการแปลงจากเอกสารกระดาษ เป็นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีการสแกนเป็นไฟล์เอกสารและไฟล์มัลติมีเดีย ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน สามารถกำหนดสิทธิ์ผู้เข้าถึงได้ตามต้องการ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแผนกภายในองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถสืบค้นและปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยลดงบประมาณในการขยายพื้นที่จัดเก็บเอกสารและทรัพยากรต่างๆ โดยมีการทดสอบระบบก่อนการใช้งานจริงเพื่อให้การสืบค้นและเชื่อมโยงข้อมูลมีประสิทธิภาพเป็นที่น่าพอใจ

นายฐกร กล่าวว่า บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลแบบครบวงจรที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย โดยมีบริการครอบคลุมตั้งแต่การแปลงข้อมูลจากเอกสารกระดาษสู่เอกสารดิจิทัล จัดระบบและแบ่งแยกประเภทเอกสารเพื่อให้ค้นหาได้ง่าย รวมถึงจัดเก็บไว้ในระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลในองค์กร หรือสามารถจัดเก็บในระบบคลาวด์ เพื่อให้สามารถนำเอกสารไปใช้งานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้บริการจำหน่ายซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการเอกสาร อาทิ ระบบจัดการเอกสารเป็นรูปแบบดิจิทัลเพื่อจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ง่ายต่อการค้นหาและนำไปใช้ระบบบริหารจัดการเอกสารสำหรับจัดการข้อมูลในองค์กรและซอฟท์แวร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้บริการโครงการระบบบริหารจัดการเอกสารที่พัฒนาหรือปรับแต่งฟังก์ชันให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะราย

ปัจจุบันเรามีฐานลูกค้าที่ใช้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลสู่ดิจิทัล ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายราย และคาดว่าจากความต้องการการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ดิจิทัล และการปรับรูปแบบการทำงานเป็น Work from Home จะทำให้เกิดความต้องการใช้บริการระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลเป็นดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนายฐกร กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดไทม์ไลน์หญิงป่วยโควิดรายที่ 19 มหาสารคาม คลัสเตอร์โต๊ะแชร์ พบมีพูดคุยผู้ติดเชื้อ 15 นาที
บทความถัดไป‘บิ๊กต่อ’เป็นผู้แทน’บิ๊กบี้’ส่งมอบศูนย์สุขภาพชุมชนล็อก 1-2-3 พร้อมชุดและอุปกรณ์การเรียน