‘รัก’ จากความป่วยไข้สู่ ‘การให้’ ไม่สิ้นสุด

‘รัก’ จากความป่วยไข้สู่ ‘การให้’ ไม่สิ้นสุด
คิวปิด หรือกามเทพ ในภาพเขียนของซานโดร บอตติเชลลี ซึ่งวาดให้ถูกปิดตา สอดคล้องแนวคิด ความรักคือการตาบอด หรือ ความรักทำให้คนตาบอด

พรุ่งนี้ 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ที่คนไทย ‘อิน’ หนักไม่แพ้ฝรั่ง

‘ความรักทำให้คนตาบอด’ ก็เป็นวาทะคุ้นหูซึ่งแปลเป็นไทยมาจาก Love is blind แนวคิดที่แวดวงวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกเชื่อว่าเป็นแนวความคิดที่เกิดในยุค ‘เรอเนสซองส์’ หรือ ยุคฟื้นฟูสหวิทยาการเมื่อราว 400 กว่าปีที่แล้ว

ฆนัท นาคถนอมทรัพย์ นักวิชาการอิสระ เปิดเผยว่า หลักฐานสำคัญปรากฏในบทละครเรื่อง The Merchant of Venice จากปลายปากกาอภิมหากวี เจ้าพ่อแห่งโศกนาฏกรรมความรัก อย่าง วิลเลียม เชคสเปียร์ และน่าจะปรากฏในวรรณกรรมยุคเดียวกันอีกหลายเล่ม

วิลเลียม เชคสเปียร์ ผู้แต่งบทละครเรื่อง The Merchant of Venice, ซานโดร บอตติเชลลี จิตรกรยุคเรอเนสซองส์ จิตรกรชาวอิตาเลียน ผู้วาดภาพ La Primavera อันโด่งดัง

สำหรับในประเทศสยาม วรรณกรรมดังกล่าว เป็นที่รู้จักจาก ‘เวนิสวาณิช’ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 โดยทรงแปลจากบทละครของเชคสเปียร์นั่นเอง

บทละครที่ว่านี้ เชื่อกันว่าถูกแต่งขึ้นในราว ค.ศ.1596-1598 เดิมถูกจัดไว้แนวตลกขบขัน ต่อมาได้รับการพิจารณาย้ายหมวดหมู่มาสู่แนวรักโรแมนติก เพราะเต็มไปด้วยถ้อยคำลึกซึ้งกินใจในด้านความรัก รวมถึง love is blind ‘ความรักคือการตาบอด’

กรีกโบราณ ‘ความรักคืออาการป่วย’

อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปไกลกว่านั้นอีก คือในยุคกรีกโบราณ เชื่อกันว่าความรักคืออาการป่วย ช่วงเวลาก่อนยุคเรอเนสซองส์ ไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับแนวคิดเรื่อง love is blind แต่มีนิยามความหมายที่เชื่อมโยงกับสิ่งอื่น เช่น กรีกโบราณ เชื่อว่า ความรักคืออาการป่วย แต่เมื่อเข้าสู่ยุคเรอเนสซองส์ ก็พบในงานวรรณกรรม รวมถึงภาพเขียนที่จิตรกรจงใจวาดให้คิวปิด หรือกามเทพ ซึ่งเป็นเทพแห่งความรักถูกปิดตา

หลักฐานสำคัญคือภาพ คิวปิด (Cupid) หรือกามเทพ ในภาพเขียนของศิลปินชื่อก้องโลก ซานโดร บอตติเชลลี ซึ่งวาดให้ถูก ‘ปิดตา’ สอดคล้องแนวคิด ความรักคือการตาบอด หรือ ความรักทำให้คนตาบอด

“Cupid เป็นภาษาละตินหมายถึงแรงปรารถนา ในภาษากรีกเรียกคิวปิดว่าอีรอส (Eros) แปลว่า Sexual love ในงานศิลปกรรม ก่อนยุคเรอเนสซองส์ อีรอส หรือ คิวปิด ไม่เคยปรากฏว่าถูกปิดตามาก่อน แต่ในงานจิตรกรรมชื่อดังของยุคที่ชื่อว่า La primavera ถูกวาดในปี ค.ศ.1482 โดยจิตรกรชาวอิตาเลียนชื่อว่า ซานโดร บอตติเชลลี ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักหลากหลายรูปแบบ แต่ที่สำคัญที่อยากเน้นในที่นี้คือการวาดรูปคิวปิดที่อยู่เหนือวีนัส โดนปิดตาสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่าความรักทำให้คนตาบอด ความรักเป็นสิ่งที่ไม่คงที่สุดแล้วในบรรดาอารมณ์ที่หลากหลายของมนุษย์และมันทำให้ดวงตามืดบอด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่เพราะจะไม่เห็นแสงสว่างที่คนยุคเรอเนสซองส์ให้ความสำคัญ และเป็นการก่อรูปของแนวคิด Age of Enlightenment (ยุคแห่งการตื่นรู้) ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 17 อีกด้วย” ฆนัทกล่าว

กุหลาบไร้หนาม กับนิยาม ‘การให้ไม่สิ้นสุด’

ตัดฉากมายังยุคปัจจุบัน เมื่อ ‘รักคือการให้’ คืออีกหนึ่งวาทะอันงดงามในภาพจำโลกมุมบวกซึ่งไม่ได้หมายถึงเฉพาะรักของหนุ่มสาว ทว่า ขอบเขตกว้างไกลสู่ความรักที่มีต่อมวลมนุษยชาติจนถึงสัตว์สิ่งของสถานที่

มูลนิธิรามาธิบดีฯ x Aristotle ของที่ระลึกคอลเล็กชั่นดอกกุหลาบไร้หนาม

‘คำว่าให้ … ไม่สิ้นสุด’ เป็นถ้อยคำแห่งแรงบันดาลใจที่ มูลนิธิรามาธิบดีฯ นำมาเป็นแนวคิดเพื่อก่อเกิดกิจกรรมมากมาย โดยในวันแห่งความรักปีนี้ มีการผสานมืออย่างอบอุ่นกับ Aristotle (อริสโตเติ้ล) แบรนด์กระเป๋าชื่อดังสัญชาติไทย แบ่งปันความงามที่สัมผัสได้และอีกความหมายที่ลึกซึ้งของดอกกุหลาบผ่านผลงานการออกแบบ พร้อมชวนคนไทยส่งต่อของที่ระลึกคอลเล็กชั่น
‘ดอกกุหลาบไร้หนาม’ ให้ความสุขผลิบานและงอกงามในสังคมไทย

เติ้ล-ภณ รักสกุลนิตย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ และ พล-ภูไท อสิพงษ์

เติ้ล-ภณ รักสกุลนิตย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ Aristotle และพล-ภูไท อสิพงษ์ ดีไซเนอร์

ดีไซเนอร์ เล่าถึงโปรเจ็กต์การกุศลครั้งนี้ว่า มาจากความเชื่อในพลังของความร่วมมือ และ ‘วัฒนธรรมแห่งการให้’ โดยทางแบรนด์มีส่วนในการออกแบบกระเป๋าที่ระลึกการกุศล 6 แบบ ผ่านการนำศิลปะและลายเส้นดอกกุหลาบสีแดงมาร้อยเรียงเป็นเรื่องเล่าที่มีความหมาย โดยรายได้จากการจัดจำหน่ายจะนำไปสมทบทุนกับมูลนิธิรามาธิบดีฯ ในหลากหลายภารกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การแก้ปัญหาความขาดแคลนของเครื่องมือแพทย์ การสร้างโอกาสในการรักษาให้กับผู้ป่วยยากไร้ที่ไม่สามารถรับภาระค่ารักษาได้ ไปจนถึงการช่วยเตรียมความพร้อมทางด้านบุคลากร และงานวิจัยเพื่อการรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เป็นต้น

ในส่วนของแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเล็กชั่นกระเป๋าที่ระลึกแสนสวยสะดุดตา สองศิลปินบอกว่าเลือกลายเส้นเป็นดอกกุหลาบ เพราะเป็นสัญลักษณ์สากลที่แสดงถึงความรัก ทั้งยังเป็นลวดลายที่แสดงถึงตัวตนของแบรนด์ Aristotle ทั้งยังสอดคล้องกับสีแดงจาก หัวใจอินฟินิตี้ สัญลักษณ์ของที่ระลึกของมูลนิธิ ที่สื่อถึงการให้ที่มอบความสุขใจทั้งต่อผู้ให้และผู้รับอย่างไม่สิ้นสุด

“เราเชื่อว่า ทุกๆ การให้ จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ และสร้างคุณาประโยชน์ได้อีกมากมาย

“ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาที่ว่าทำไมเราถึงออกแบบลวดลายให้มีลักษณะพันเกี่ยวกันไปมา ก็เพราะว่าต้องการสื่อถึงอีกความหมายของดอกกุหลาบที่งอกงามมาจากเมล็ดพันธุ์แห่งการให้นี้ว่า ‘ความสุขจากการแบ่งปัน’ เป็นดอกกุหลาบพันธุ์เลื้อยที่แตกกิ่งก้านต่อไปได้เรื่อยๆ มอบความอิ่มเอิบใจต่อผู้ที่พบเห็นได้ตลอดเส้นทาง ที่แม้บางเส้นทางนั้นอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบก็ตาม” พล-ภูไท ดีไซเนอร์กล่าว

ก่อนที่ เติ้ล-ภณ หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ ชี้ชวนให้ชมว่า ‘ดอกกุหลาบบนกระเป๋าทุกใบนั้นไม่มีหนาม’

“เพราะเราปรารถนาให้ผู้ใช้กระเป๋ามีความสุข และผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการต่างๆ หรือได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ พ้นจากอุปสรรคขวากหนามที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ อีกความงดงามที่อยากให้เป็นรูปธรรมและจับต้องได้นี้ จึงถูกนำมาสื่อสารไว้บนกระเป๋าดอกกุหลาบไร้หนามของผู้มีจิตศรัทธาทุกคน ในโอกาสวันแห่งความรักปีนี้”

‘4voices’ บอกรักตัวเองสู้วิกฤตโควิด

ไม่ใช่เพียงความป่วยไข้ทางร่างกาย ทว่า วิกฤตในจิตใจก็เป็นสถานการณ์น่าห่วงใยในทุกชีวิต โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ระบาดสร้างความวิตกกังวลจนถึงเครียดหนักจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจ

ในเทศกาลแห่งรักในปีนี้ มีข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญให้กระทำการ ‘บอกรักตัวเอง’ สร้างกำลังใจให้ไม่ทดท้อ

ผศ.ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง จากคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมบำบัดจิตสังคม แนะนำว่าให้ลองฝึกพูดกับตัวเอง แล้วฟังเสียงตัวเอง เพื่อให้เกิดสติและคิดบวก โดยในทางกิจกรรมบำบัด ถือเป็นการฝึก การสื่อสารความคิดดีภายในใจ หรือ Meta-skil เพื่อการวางแผนชีวิตให้สามารถปรับตัวได้ในสถานการณ์วิกฤต โดยสามารถเริ่มฝึกได้ง่ายๆ จาก แอพพลิเคชั่น 4voices ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อสาธารณประโยชน์ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งในระบบ Android และ iOS

“การบอกรักตัวเอง และฝึกคิดบวกเพื่อชีวิตที่ดีมีความสุขว่า สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ตื่นนอน จากการได้สงบนิ่งอยู่กับตัวเองโดยไม่คิดอะไรสักพัก ก่อนลุกขึ้นทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ หรืออาจลองหาเวลาเพียง 20 นาที นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ให้ตัวเองได้สัมผัสกับความร่มรื่นและสงบสบายไปกับธรรมชาติรอบตัวโดยที่ไม่คิดอะไร จะทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น จากการที่สมองได้พักจากการหยุดคิด แม้เพียงครู่เดียวก็สามารถส่งผลทำให้คลื่นสมองของเราสงบและคลายกังวลลงได้

เนื่องในวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักที่จะถึงนี้ ไม่ว่าจะบอกรักใคร หรือมีใครบอกรัก ก็ไม่สุขใจเท่าได้บอกรักตัวเอง เพื่อที่จะได้มีสติอยู่กับตัวเอง และอยู่กับสังคมด้วยความรักและความเข้าใจ ไม่ว่าโควิด-19 หรือวิกฤตใดๆ จะกลับมาอีกสักกี่ครั้ง ขอเพียงมีสติจะทำให้เกิดปัญญาซึ่งจะทำให้สังคมอยู่ด้วยกันได้ด้วยความรักและความเข้าใจต่อไป” ผศ.ดร.ศุภลักษณ์กล่าว

ไม่ว่าจะรักในรูปแบบใด ก็ขอให้นำมาซึ่งความสุขทั้งคนรักและคนถูกรัก

ร่วมส่งต่อ ดอกกุหลาบไร้หนาม สร้างความสุขให้ผลิบานในสังคมไทย เติมเต็มความหวัง และสร้างโอกาสในการรักษาให้กับผู้ป่วยยากไร้ทั่วประเทศ ผ่านการสนับสนุน กระเป๋าที่ระลึกคอลเล็กชั่นมูลนิธิรามาธิบดีฯ x Aristotle ทั้ง 6 แบบ ราคาเริ่มต้น 229-329 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สั่งซื้อสินค้าหรือร่วมสมทบทุนบริจาคได้ที่ มูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือทุกช่องทางของมูลนิธิรามาธิบดีฯ FB / IG / LINE @RAMAFOUNDATION และ www.ramafoundation.or.th หรือโทร 0-2201-2222

ทีมข่าวเฉพาะกิจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon