นายธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์ นักกลยุทธ์เศรษฐศาสตร์มหภาค บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ของสหรัฐ ล่าสุดไต่ระดับกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1.3% ทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 สะท้อนความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงถัดไป ที่น่าจะเร่งตัวได้เร็วขึ้นกว่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้า ยืนยันภาพเศรษฐกิจเข้าสู่ระยะที่ 2 ของการฟื้นตัว
โดยสัญญาณดังกล่าวนอกจากจะบ่งชี้ถึงภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้เร็ว ยังสะท้อนถึงความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเงินเฟ้อที่เร็วกว่าคาด หากพิจารณาประกอบกับปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ นำโดยกิจกรรมเศรษฐกิจในภาคการผลิต สะท้อนจากดัชนี PMI ภาคการผลิตที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องผ่านระดับ 50 มาตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาจนล่าสุดแตะระดับ 60 ในขณะที่การบริโภคฟื้นตัวจากการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดมาตรการรอบใหม่วงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญของสหรัฐยังอยู่ในขั้นตอนของสภา คาดว่าจะได้บทสรุปช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ บ่งชี้ถึงวัฏจักรเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มเข้าสู่ระยะที่ 2 ของการฟื้นตัว หรือช่วงเฟื่องฟูและเร่งตัวขึ้นสู่จุดสูงสุด
สำหรับกลุ่มหุ้นวัฏจักรยังได้อานิสงส์บวก ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ พลังงาน ส่งออก ยังโดดเด่น การฟื้นตัวของสหรัฐซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อาจสะท้อนได้สองแง่มุมต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยในระยะสั้น แนวโน้มตลาดหุ้นจะยังได้อานิสงส์บวกจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแรงหนุนด้านอุปสงค์ที่จะช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบให้ทรงตัวในระดับสูง และคาดว่าจะยังเห็นการ Rotation จากสินทรัพย์ปลอดภัย ไปสู่สินทรัพย์เสี่ยง
ส่วนระยะกลาง ต้องเริ่มระมัดระวัง เนื่องจากตลาดหุ้นก็ถือเป็นหนึ่งใน Leading Indicator ของเศรษฐกิจ ถือว่าตอบรับภาพดังกล่าวมาแล้วระดับหนึ่ง ทำให้การลงทุนหลังจากนี้อาจจะไม่ง่าย และในระยะถัดไปอาจจะเริ่มเห็นการ Selective มากขึ้น โดยให้น้ำหนักไปที่ประเทศที่เศรษฐกิจฟื้นตัว และการกระจายของวัคซีนทำได้เร็ว
หุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical Stock) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มที่ได้ว่าได้ประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ที่ปรับตัวขึ้น และกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ฟื้นตัวได้เร็ว ยังคงโดดเด่นที่สุด ได้แก่
1.ธนาคารพาณิชย์ คือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ จะนำไปสู่แนวโน้มดอกเบี้ยที่เริ่มปรับตัวขึ้น (คาดว่า NIM จะผ่านพ้นจุดต่ำสุดในช่วงครึ่งปีหลัง) และความเสี่ยงของคุณภาพสินทรัพย์ลดลง ซึ่งมองว่าธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่จะได้ประโยชน์มากที่สุด (KBANK) 2.พลังงาน คือ การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม เป็นปัจจัยหนุนด้านอุปสงค์ของการใช้พลังงาน น้ำมันดิบ (PTTEP TOP) 3.ส่งออก คือกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มอาหาร สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ซึ่งในปี 2564 สภาพัฒน์คาดว่าการส่งออกจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย สอดคล้องกับสัญญาณการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลก และการค้าระหว่างประเทศ

