ไทยตก2อันดับส่งออกอาหารโลก ผู้ส่งออกวอนรัฐเร่งแก้ไข ตั้งเป็นวาระแห่งชาติ

นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงสถานการณ์ธุรกิจเกษตรและอาหารในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต ว่า ปี 2563 ภาคการผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทย หดตัว 6.5% ผลมาจากการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกลดลง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะมันสำปะหลัง อ้อย(น้ำตาล) และสับปะรด ส่วนภาคการส่งออกสินค้าอาหารไทยปี 2563 มีมูลค่า 980,703 ล้านบาท ลดลง 4.1% คิดเป็นเงินดอลลาร์ มีมูลค่า 31,284 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง5.1% ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดโลกของไทย ลดลงอยู่ที่ 2.32% จาก 2.49% ในปี 2562 นอกจากอุตสาหกรรมอาหารยังมีแรงกดดันจากค่าบาทแข็ง ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และต้นทุนขนส่งสูงขึ้น

แนวโน้มการส่งออกสินค้าอาหารไทยปี 2564 คาดมีมูลค่า 1,050,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% ปัจจัยหลักจาก 1.สินค้าในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจหลายประเทศฟื้นจากเริ่มมีการให้วัคซีนป้องกันโควิด 2.ราคาสินค้าเกษตรและอาหารสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าไก่ น้ำตาล ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และสับปะรด

3. มาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิด ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออกสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าที่นำเข้าสินค้าอาหารจากไทย ส่วนปัจจัยลบ ได้แก่ การขาดแคลนวัตถุดิบของโรงงานแปรรูปอาหาร โดยเฉพาะแปรรูปอาหารทะเล และค่าเงินบาทแข็งค่า และต้นทุนค่าขนส่งทางเรือสูงขึ้น กลุ่มสินค้าคาดว่าการส่งออกสูงขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่า ได้แก่ ไก่ปลาทูน่ากระป๋อง แป้งมันสำปะหลัง เครื่องปรุงรสมะพร้าวอาหารพร้อมรับประทานและสับปะรด ขณะที่กุ้งคาดส่งออกลดลงทั้งปริมาณและมูลค่า

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ระยะสั้นต้องเร่งแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า เพราะเป็นอุปสรรคอย่างมาก เงินบาทเหมาะสมควรอยู่ที่ 31.50-32.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แก้ไขปัญหาโลจิสติกส์คอนเทนเนอร์ขาดแคลน แก้ไขกฎระเบียบอุปสรรคต่อการขนส่ง และต้องเร่งทำข้อตกลงเปิดเสรีการค้าเพิ่ม ตอนนี้มีเพียงข้อตกลงอาร์เซ็ป

Advertisement

ในระยะกลางยังมีปัญหาเรื่องวัตถุดิบ ที่ไทยพึ่งพานำเข้า เช่น ทูน่านำเข้า 90% เพื่อแปรรูปส่งออก ส่วนปัญหาระยะยาวรัฐบาลต้องศึกษาความได้เปรียบเสียเปรียบเทียบกับทั่วโลก ทั้งด้านวัตถุดิบ การแปรรูป

“ เราหมดเวลาเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก เราตกอันดับจากประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับ 11 เป็นอันดับ 13 ของโลกภายในปีเดียวรัฐบาลควรกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ แก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารได้แล้ว” นายพจน์ กล่าว

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อัตราแลกเปลี่ยนของไทย ทำให้ผู้ส่งออกไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่ง ทำให้ส่งออกในบางตลาดต่ำลง คือ ตลาดยุโรป ไทยสูญเสียสิทธิจีเอสพีไปแล้ว ทำให้ประเทศที่ยังได้สิทธินี้และมีการลงนามเอฟทีเอส่งออกได้มากขึ้น เท่ากับว่าไทยสูญตลาดไปมาก

” หากปัญหาต่างที่ภาคเอกชนไม่ได้รับการแก้ไข จะทำให้ไทยตกขบวนการเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหาร แม้กระทั่งการเป็นครัวของโลกไปให้กับประเทศคู่แข่ง คือ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ” นายวิศิษฐ์  กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image