ส่อยื้อคดีโกงเงินหลวง 40 ล้าน อดีตลูกจ้างสาวสำนักงานจังหวัดประจวบฯ จ่อพ้นคุกนาน 7 เดือน หลังอัยการเลื่อนฟังคำสั่งฟ้องปลายเดือนมีนาคม 64
จากกรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี อดีตพนักงานราชการ สำนักงาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 หลังจากนำเงินงบประมาณของทางราชการกว่า 40 ล้านบาท โอนผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS เข้าบัญชีส่วนตัว พบการกระทำความผิด 165 ครั้งโดยนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์ ต่อมาพนักงานอัยการคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม มีคำสั่งปล่อยตัว น.ส.ขนิษฐา หอยทอง พ้นการคุมขังจากเรือนจำกลาง จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2563 เนื่องจากพนักงานอัยการฯยังไม่รับฟ้องคดี หลังครบกำหนดฝากขัง 7 ผลัด รวม 84 วัน ทำให้ น.ส.ขนิษฐาได้รับการปล่อยตัวนานกว่า 6 เดือน
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายสุวรรณ ทองกรอย ประธานสภาทนายความ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะทนายจำเลยที่ 2 น.ส.สายพิณ ดิบดีคุ้ม มารดา น.ส.ขนิษฐา เปิดเผยว่า เมื่อเดือนมกราคม 2564 ผู้ต้องหา 3 รายได้ไปรายงานตัวที่สำนักงานอัยการคดีทุจริตฯ เพื่อฟังคำสั่งฟ้องต่อศาลคดีทุจริตภาค 7 ประกอบด้วย น.ส.ขนิษฐาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา น.ส.สายพิณให้การปฏิเสธ ทั้ง 2 รายไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ขณะที่นางประชิต วงศ์ประภารัตน์ หัวหน้างานการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัด ถูกแจ้งดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ล่าสุดพนักงานอัยการฯนัดฟังคำสั่งฟ้องอีกครั้งในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ในวันดังกล่าวหากพนักงานอัยการฯสั่งฟ้องผู้ต้องหาทุกราย ผู้ต้องหาจะต้องยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวที่ศาลคดีทุจริตภาค 7
จ่าเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริต จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้การสอบสวนทางวินัยเพื่อเอาผิดกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องข้อง ประกอบด้วย หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้างานการเงิน และเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องไม่มีความคืบหน้า และทราบว่าคณะกรรมการสอบสวนจากกระทรวงมหาดไทยอาจจะต้องสอบสวนใหม่ โดยไม่นำผลการสอบสวนเดิมทั้งหมดไปพิจารณาด้วยเหตุผลบางประการ หลังจากคณะกรรมการระดับจังหวัดที่มีปลัดจังหวัดเป็นประธานมีผลสรุปว่า ผู้เกี่ยวข้องความผิดวินัยร้ายแรงจากความประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ผลการสอบสวนล่าช้าผิดปกติ
“มีการตั้งข้อสังเกตว่าผลสอบสวนล่าช้าอาจเข้าข่ายประวิงเวลา หลังจากมีผลสรุปการสอบสวนของจังหวัดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ดังนั้นขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งรัดสรุปผลการสอบสวนทางวินัยและทางละเมิดเพื่อชดใช้ค่าเสียหายจาการทุจริตเงินแผ่นดินให้รัฐโดยเร็ว และขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงสาเหตุที่กระบวนการสอบสวนล่าช้าผิดปกติ ก่อนเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน 2564 รวมทั้งชี้แจงเหตุผลการนำเงินงบประมาณของจังหวัดไปใช้เยียวยาผลกระทบจากการทุจริต กรณีการคืนเงินค้ำประกันงานให้ผู้รับเหมา มีเจตนาช่วยเหลือข้าราชการระดับสูงรายใดหรือไม่“ จ่าเอกเสกสรรกล่าว

