‘แม่ผัว’ แจ้งจับอดีตลูกสะใภ้พาพวกทุบบ้าน เผยวีรกรรมแสบเพียบ ปลอมลายเซ็น-เอกสาร

‘แม่ผัว’ แจ้งจับอดีตลูกสะใภ้พาพวกทุบบ้าน เผยวีรกรรมแสบเพียบ ปลอมลายเซ็น-เอกสาร

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี รายงานว่า จากกรณี yu yupapan ที่ได้โพสต์คลิฟ หญิงสาวรายหนึ่งกับพวกผู้ชาย2คน ที่บุกมาทุบบ้าน และถ่ายคลิฟไว้เพื่อแจ้งความดำเนินคดี ในข้อบุกรุก และทำลายทรัพย์สิน ก่อนที่จะขี่รถหนีไป นั้น ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 81 หมู่ 12 บ้านหนองขุมดิน ต.หนองแวงควง อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด พบกับ น.ส.ยุพาพรรณ สวัสดิ์แวงควง อายุ 31 ปี

น.ส.ยุพาวรรณ กล่าวว่า สภาพความเสียหายของบ้าน และพนังห้องนอนแม่ คือ นางหวด สวัสดิ์แวงควง อายุ 63 ปี ที่ถูกทุบเสียหาย โดยความเสียหายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา จากการกระทำของ นางอภิรดี หรือกวาง นาคโนทด อายุ 28 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและเป็นอดีตลูกสะใภ้ ที่พาพวกอีก 2 คน มาทุบฝาบ้าน ทำให้ห้องนอนของแม่ได้รับความเสียหาย หลังจากเกิดปัญหาในครอบครัวที่อยู่กับน้องชายเกือบ 10 ปี และแยกทางกันกว่า 1 ปีแล้ว แต่ไม่ยอมย้ายออกจากห้องนอน จนต้องแจ้งตำรวจเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

น.ส.ยุพาวรรณ โดยได้เจรจา ตกลงว่า ให้นางอภิรดี อดีตสะใภ้ เก็บของย้ายของออกจากบ้าน ให้ตัดขาดกันโดยสิ้นเชิงภายในวันที่ 26กุมภาพันธ์  ถึงวันที่ 4 มีนาคม ให้ย้ายของออกจากบ้านหลังนี้ทั้งหมด ถ้ายังอยู่ จะถือว่าเป็นการบุกรุก ซึ่งหลังจากอดีตน้องสะใภ้ย้ายออกไปแล้ว ก็ได้ทำการทุบห้องนอนทิ้ง เพราะกลัวว่าจะกลับมาอีก แต่จู่ๆ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม อดีตลูกสะใภ้ กลับพาพวก 2 คน บุกมาที่บ้าน มาทุบพนังห้องนอนของแม่เสียหาย ตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน โดยอ้างว่าเป็นพนังห้องนอนของตนเองที่เจ้าของบ้านทุบไม่หมด จึงบุก มาทุบทิ้ง เมื่อตน มาเห็นเข้า ก็ยังโต้แย้ง ก่อนที่จะขี่รถหนีไปหลังจากก่อเหตุ

ด้านนางหวด กล่าวว่า รับไม่ได้กับพฤติกรรม อุกอาจของอดีตลูกสะใภ้ ที่เลิกกันกกับลูกชายไปแล้ว แต่ไม่ยอมย้ายออกไปจากภูมิลำเนา และยังอาศัยอยู่ในห้องนอนหลังบ้าน โดยไม่ยอมออก อยู่มาเป็นปี ทั้งที่อดีตผัว หรือลูกชายตนเอง ก็ย้ายหนีปัญหาไปอยู่ อำเภออื่นแล้ว จนต้องแจ้งตำรวจ ขับไล่ออกจากบ้าน จึงยอมออก และจากนั้นตนจ้างคน มาทุบฝาบ้านที่เป็นปูนทั้ง 3 ด้าน ของห้องนอนทิ้ง โดยคิดไม่ถึงว่าอดีตลูกสะใภ้ยังจะมาอาละวาดถึงบ้าน ด้วยการบุกมาทุบฝาบ้าน ด้านที่เป็นห้องนอนของตนจนได้รับความเสียหาย ตอนที่ตนเองไม่อยู่เช่นนี้

นางหวด กล่าวต่อว่า จะไม่ทนอีกต่อไป เพราะเท่าที่ผ่านมา อดีตลูกสะใภ้คนนี้ มีพฤติกรรมไม่ถูกต้องมากมาย เช่น ปลอมแปลงเอกสาร ปลอมแปลงลายเซ็นของตน ไปยื่นท้องถิ่น เพื่อที่จะขอเลขทะเบียนบ้านใหม่ และจะเข้ามาอยู่ในบ้านแทน เพราะหลังจากเลิกกับลูกชายแล้ว ก็กลัวจะไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้าน จะตกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จึงมีการทำเอกสารปลอม และปลอมลายเซ็นของตนที่เป็นเจ้าของบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นางหวด ได้เซ็นชื่อให้เห็นว่าลายเซ็นที่แท้จริงของตน เพื่อเปรียบเทียบกับที่อดีตลูกสะใภ้ เซ็นปลอม เพื่อนำไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.สายัณห์ เทียบทา รอง สว.สอบสวน พนักงานสอบสอบสวน สภ.หนองแวงควง เพื่อดำเนินคดี รวมทั้งกรณี นางอภิรดีได้นำ คนเข้ามาทุบผนังห้องของตนเองและฝ้าเพดาน พร้อมพื้นกระเบื้องเสียหาย ไปพร้อม ๆกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าของบ้านเดินทางไปถึง เพื่อเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองแวงควง ปรากฏว่าพบ นางอภิรดี อดีตลูกสะใภ้ ที่พาพวกไปทุบบ้าน ก็เดินลงมาจากสถานี ตร.เพื่อสังเกตุการณ์ด้วย

นางอภิรดี กล่าวว่า เหตุที่ตนไปทุบ เพราะเป็นฝาทุกด้าน เป็นฝาห้องนอนของตนเอง ที่ตนเองสร้างขึ้นก่อน แต่พอสร้างบ้านเสร็จ ปรากฏว่า แม่ผัวมาสร้างห้องนอนต่อเติมจากพนังห้องนอนของตนเอง เมื่อตนเองเป็นคนสร้าง ก็ย่อมจะมีสิทธิที่จะทุบทิ้ง ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และยอมรับว่า ตนเองได้มีการปลอมลายเซ็นแม่ผัว และทำเอกสารปลอมที่ลงมือชื่อแทนแม่ผัว เพื่อที่จะไปขอทะเบียนบ้านจริง เพราะเห็นว่าตนเองเป็นลูกสะใภ้ ก็อยากจะให้ห้องที่ตนเองอยู่ มีเลขบ้านใหม่ ซึ่งก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง อยู่แล้วที่จะทำ เพื่อให้ตนเองที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้าน จึงจะไม่ขาดจากการเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และยอมรับว่าทุกอย่างตนเองได้ทำจริงตามนั้นทุกอย่าง

ร.ต.อ.สายัณห์ เทียบทา รอง สว.สอบสวน พนักงานสอบสอบสวน สภ.หนองแวงควง กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับการแจ้งความร้องทุกข์จากเจ้าของบ้าน เพื่อดำเนินคดีกับ นางอภิรดี  2 ข้อหา คือ 1 บุกรุกเคหะสถานผู้อื่นและทำลายทรัพย์สินให้เกิดความเสียหาย และ 2 ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ซึ่งหลังจากการรับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้แล้ว จะส่งเอกสารปลอมไปตรวจสอบลายมือ เพื่อตรวจตรวจพิสูจน์ ที่ จ.นครราชสีมา เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อน จึงจะมีการนัดเรียกผู้ถูกกล่าวหา ที่เป็นผู้ต้องหาที่ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษ มาเพื่อสอบสวนปากคำดำเนินคดี

ร.ต.อ.สายัณห์ กล่าวว่า ซึ่งในข้อกล่าวหาแรก น่าจะมีผู้กระทำความผิดตามพยานหลักฐานจากผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษไม่ต่ำกว่า 3 คน ก็จะสรุปสำนวนแล้วเรียกมาสอบปากคำ หากมีส่วนร่วมรู้เห็น และร่วมกระทำความผิดจริงหรือไม่ อย่างไรต่อไป ซึ่งจะน่าจะสรุปได้ในห้วงระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชวดขึ้นรองจ่าฝูง! ‘สิงห์เจ้าท่า’ เปิดรังพลาดเจ๊า ‘แข้งเทพ’ สุดเดือด2-2
บทความถัดไป‘ไผ่ ดาวดิน’ ปราศรัยเดือด ย้ำปล่อยเพื่อนเราคือความถูกต้อง ไม่ใช่ถูกใจ ลั่น ล้านคนหรือคนเดียวก็จะสู้