ช็อก…เมแกนเคยคิดฆ่าตัวตาย เผยกำลังจะได้ ‘ลูกสาว’ เจ้าชายแฮร์รีเผยเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ไม่รับโทรศัพท์

(รอยเตอร์)

ช็อก…เมแกนเคยคิดฆ่าตัวตาย เผยกำลังจะได้ “ลูกสาว” เจ้าชายแฮร์รีเผยเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ไม่รับโทรศัพท์

เอพี และเอเอฟพี รายงานว่า ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ หรือเมแกน มาร์เคิล พระชายาเจ้าชายแฮร์รี เปิดใจว่าเคยมีความคิดอยากฆ่าตาย หลังจากเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในราชวงศ์อังกฤษ โดยดัชเชสเมแกน พระชันษา 39 บอกกับโอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรดังระหว่างนั่งให้สัมภาษณ์ในรายการ “Oprah with Meghan and Harry: A CBS Primetime Special” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคมว่า “ฉัน…แค่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ และมันเป็นความรู้สึกที่ชัดเจนจริง และเป็นความคิดที่น่าตกใจมาก” ดัชเชสเมแกน พูดถึงผลกระทบทางด้านจิตใจต่อข่าวด้านลบ กัดกร่อนจิตใจที่ปรากฏตามสื่อแทบลอยด์ต่างๆและในสื่อโซเชียล

(รอยเตอร์)

วินฟรีย์ ถามดัชเชสเมแกนว่า เคยมีความคิดอยากฆ่าตัวตายระหว่างกำลังตั้งครรภ์อาร์ชี พระโอรสหรือไม่ ซึ่งดัชเชสเมแกนตอบว่า “ใช่ มันชัดเจนมากๆ” ทั้งยังเล่าถึงความรู้สึกตอนนั้นว่า “ฉันรู้สึกกลัว เพราะว่ามันเป็นความรู้สึกที่จริงมาก”

ทั้งนี้ ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงในการให้สัมภาษณ์ ดัชเชสเมแกน และเจ้าชายแฮร์รี เปิดใจพูดถึงหลายเรื่องราว อาทิเรื่องเพศของลูกในครรภ์ดัชเชสเมแกนตอนนี้ ซึ่งนับเป็น ราชวงศ์ระดับสูงของอังกฤษพระองค์แรกในรอบ 100 ปีที่จะถือกำเนิดนอกประเทศอังกฤษว่า “เป็นลูกสาว”

ดัชเชสเมแกน ยังพูดถึงข่าวซุบซิบที่ว่า เธอทำให้ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ หรือเคท มิดเดิลตัน พระชายาเจ้าชายวิลเลียมร้องไห้ ก่อนวันเสกสมรสของเธอกับเจ้าชายแฮร์รีว่า เป็นเรื่องไม่จริง “ทุกคนในราชวงศ์ต่างรู้ดีว่า มันไม่จริง แต่มันกลับกัน”

เจ้าชายแฮร์รี ดัชเชสเมแกน และ อาร์ชี พระโอรส (รอยเตอร์)

ดัชเชสเมแกน เล่าถึงประเด็นนี้ว่า ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องบางอย่าง และต่อมาได้มาขอโทษเธอแล้ว “ราว 2-3 วันก่อนถึงวันแต่งงานของฉัน เธอ (ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์) รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่อง
บางอย่าง ซึ่งประเด็นที่เป็นข่าวก็ถูกต้อง คือเป็นเรื่องชุดเด็กหญิงที่ถือดอกไม้ และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันร้องไห้ และเสียใจมาก”

ดัชเชสเมแกน บอกว่านี่คือจุดเริ่มต้น และจุดเปลี่ยนในความสัมพันธ์ของเธอกับสมาชิกราชวงศ์ “ตอนนั้นมันทำให้ฉันเข้าใจเลยว่า ไม่ใช่แค่ฉันจะไม่ได้รับการปกป้อง แต่พวกเขายังเต็มใจที่จะโกหกเพื่อปกปกป้องสมาชิกคนอื่นในราชวงศ์”

ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี ทรงเปิดใจถึงความแตกร้าวกับครอบครัวของพระองค์ว่า ทรงรู้สึกผิดหวัง เสียใจต่อการจัดการปัญหาของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดา แต่ทรงเข้าพระทัยดีว่าทั้งพระบิดา และเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐาต่างทรงติดอยู่กับระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ “ทั้งสองพระองค์ออกมาไม่ได้ และผมก็รู้สึกเห็นใจอย่างมาก”

(รอยเตอร์)

เจ้าชายแฮร์รี ยังปฏิเสธข่าวที่ว่า พระองค์และพระชายา ทรงปิดบังควีนเอลิซาเบธที่ 2 เรื่องการลาออกจากการทำหน้าที่ของสมาชิกราชวงศ์ระดับสูง โดยว่าได้มีการพูดคุยปรึกษาหลายครั้งกว่าจะตัดสินใจเช่นนี้ได้ “ผมไม่เคยไม่เคยปกปิดย่าของผม ผมเคารพรักพระองค์มาก”

อย่างไรก็ตาม ในเอพี ระบุเจ้าชายแฮร์รี เล่ากับวินฟรีย์ว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ไม่รับโทรศัพท์ของพระองค์

เจ้าชายแฮร์รี ทรงตอบคำถามพิธีกรดัง ที่ถามว่าพระองค์จะลาออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์หรือไม่ ถ้าหากไม่ได้พบกับเมแกนว่า “ผมคงไม่สามารถทำได้ เพราะผมก็ติดกับดักในชีวิตราชวงศ์เช่นกัน กระทั่งได้มาพบกับเม็ก (เมแกน)”

จังหวะนี้ ดัชเชสเมแกน ได้เล่าถึงข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ว่า การลาออกจากสมาชิกราชวงศ์ระดับสูงของเธอ และพระสวามี เป็นการวางแผนของเธอว่า เป็นข่าวไร้มูลความจริง “ฉันยอมทิ้งอาชีพ ทิ้งชีวิตของฉัน ทิ้งทุกอย่างก็เพราะฉันรักเขา และนี่คือสิ่งที่เรายืนหยัดที่จะทำเพื่อแผนการชีวิตของเราตลอดไป”

(รอยเตอร์)

เจ้าชายแฮร์รี พูดเสริมว่า “เราทั้งสองช่วยกันทำทุกอย่างที่เราทำได้เพื่อให้มันได้ผล” เจ้าชายแฮร์รี ยังบอกว่า พระองค์และพระชายาไม่มีวันจะเดินออกมา หากวังอังกฤษให้การปกป้องเมแกน

ทั้งนี้ ดัชเชสเมแกน เล่าว่าตอนที่เธอรู้สึกว้าวุ่นใจ กระทั่งมีความรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่ เพราะมองไม่เห็นหนทางแก้ปัญหา เธอเคยไปปรึกษาเรื่องนี้กับข้าราชบริพารระดับสูง เพื่อบอกว่าเธอต้องการความช่วยเหลือเพื่อจัดการกับสภาวะปัญหาจิตใจของเธอ แต่กลับได้รับคำตอบว่า หากเธอทำเช่นนั้นจะเป็นผลเสียต่อราชวงศ์

ดัชเชสเมแกน เล่าด้วยว่า ตัวเธอเองไม่ได้รู้สึกกังวลเลยต่อการเป็นแม่ม่าย เป็นนักแสดงลูกครึ่งผิวสีที่ก้าวเข้าไปเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ แต่ต่อมา “ฉันก็คิดถึงเรื่องนี้ เพราะว่าพวกเขาทำให้ฉันคิด ”

อย่างไรก็ตาม ดัชเชสเมแกน บอกว่า สมาชิกราชวงศ์ไม่ได้ปฎิบัติต่อเธอเช่นนั้นสักเท่าไร แต่เป็นผู้คนที่อยู่เบื้องหลังสถาบันราชวงศ์มากกว่า และย้ำด้วยว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2″ ทรงมีพระเมตตาต่อฉันเสมอ”

ด้านเจ้าชายแฮร์รี เล่าว่า พระองค์ทรงถูกครอบครัวตัดความช่วยเหลือทางการเงินตั้งแต้ต้นปี 2563 หลังจากที่พระองค์และพระชายาประกาศจะลาออกจากการทำหน้าที่สมาชิกราชวงศ์ระดับสูง และว่าที่พระองค์และพระชายา สามารถเดินออกจากราชวงศ์ มาใช้ชีวิตที่เป็นอิสระได้ก็เพราะเงินที่ เจ้าหญิงไดอานา พระมารดาทิ้งไว้ให้

เจ้าชายแฮร์รี บอกว่า หากเจ้าหญิงไดอานายังมีพระชนม์ชีพอยู่คงโกรธมากต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สุดท้ายสิ่งที่พระมารดาต้องการก็คือ การเห็นเจ้าชายและครอบครัวมีความสุข

อนึ่งหนังสือเดอะ ซันเดย์ ไทม์ส รายงานว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะไม่ทอดพระเนตรรายการสัมภาษณ์นี้ ทั้งอ้างข้าราชบริพารไม่เปิดเผยนามพูดถึงการสัมภาษณ์ครั้งนี้ว่าเป็น “จำอวด” และวังกฤษจะไม่ออกมามีปฎิกิริยาใดๆ ถ้าหากไม่มีการโจมตีเป็นรายบุคคล

ล่าสุดมีข่าวว่า โอปราห์ขายรายการสัมภาษณ์นี้ให้แก่ซีบีเอส ได้เงินราว 7-9 ล้านดอลลาร์ หรือราว 210-270 ล้านบาท และยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นานาชาติสำหรับรายการสัมภาษณ์นี้

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เช็กด่วน!! อาการคัน จุดซ่อนเร้น ภัยเงียบที่ผู้หญิงต้องไม่ชะล่าใจ #น้องไม่คันถ้าพี่แคร์
บทความถัดไปนักผจญเพลิง ทม.กาญจน์ ระงับเหตุไฟไหม้ หลังคาระเบียงชั้น 2 ยุบ ร่วงกระแทกพื้นบาดเจ็บ