‘พช.จันทบุรี’ ถือฤกษ์ดีวันสตรีสากล คิกออฟ ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงอาหาร รอบ 2

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่หอประชุมอำเภอสอยดาว ตำบลปะตง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี นายอดิศร สุทธิเลิศ พัฒนาการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยนายทชภณ คงวิจิตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน นางสาววันวิสาข์ นามแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาชุมชน นายสมพงษ์ จวงพันธ์ พัฒนาการอำเภอสอยดาว ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน นักวิชาการพัฒนาชุมชนสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรี และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอสอยดาว เข้าร่วมกิจกรรม Kick off กิจกรรมผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง โครงการ “การน้อมนำแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 โดยมี นายปกครอง บุญชูกุศล นายอำเภอสอยดาว ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และมี ร.อ.สมจิต จึงตระกูล ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสอยดาว เป็นผู้กล่าวรายงาน ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) นักพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (นพร.) และภาคีเครือข่ายการพัฒนาชุมชนอำเภอสอยดาว จำนวนทั้งสิ้นกว่า 250 คน

ช่วงพิธีเปิด ร.อ.สมจิต จึงตระกูล ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสอยดาว กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า ตามที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้ส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาสตรีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2505 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลามากกว่า 50 ปี ทั้งการส่งเสริมให้สตรีรู้จักการพัฒนาตนเอง ความมีภาวะผู้นำ และส่งเสริมให้สตรีได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครองโดยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรีให้ดีขึ้น ดังนั้น ในวันสตรีสากลปี 2564 คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสอยดาว ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสอยดาว สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดและหน่วยงานภาคี จึงกำหนดจัดกิจกรรม “สตรีอำเภอสอยดาว ปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหารในวันสตรีสากล” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.เพื่อรำลึกถึงผลงานของสตรีที่มุ่งมั่น รักษา ความเสมอภาค ความยุติธรรม ในสังคม
2.เพื่อเป็นการรวมพลังขององค์กรสตรีในการน้อมนำแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 ปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนได้ปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง สร้างความมั่นคงทางอาหาร ในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19)
3.เพื่อสร้างพลังสตรีอำเภอสอยดาวให้บทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ครอบครัว ชุมชนและประเทศชาติ ให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

สำหรับกิจกรรมที่ดำเนินการในวันนี้ ประกอบด้วย 1.การมอบเมล็ดพันธุ์ผักให้กับสตรีอำเภอสอยดาวทุกคนไปปลูกเพื่อกินเองเหลือกินก็แบ่งปันกัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) 2.การปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหาร ณ บริเวณข้างบ้านพักนายอำเภอ และทางขึ้นที่ว่าการอำเภอสอยดาวทั้งสองฝั่ง

นายปกครอง บุญชูกุศล นายอำเภอสอยดาวประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า องค์กรสตรีนับเป็นกลไกที่มีความสำคัญในการเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนและสังคม โดยรัฐบาลได้มองเห็นความสำคัญของพลังสตรี ที่เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่งยั่งยืน เพื่อก้าวไปสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง และพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน และตามที่คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสอยดาว ร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจัดกิจกรรมสตรีอำเภอสอยดาวปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร เนื่องในวันสตรีสากล และเป็นจุดนำร่อง Kick off กิจกรรมผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง โครงการ “การน้อมนำแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 ของจังหวัด ได้แสดงให้เห็นว่า การรวมพลังขององค์กรสตรีและภาคส่วนต่างๆ ในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันในการกระตุ้นปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนได้ปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง สร้างความมั่นคงทางอาหาร ท่ามกลางการเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) และเชื่อมั่นว่าหากทุกคน ทุกภาคส่วน ทุกองค์กรร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมปลูกผักสวนครัวไว้กินเองอย่างน้อยคนละ 10 ชนิด (เช่น พริก ข่า ตะไคร้ ผักชี คะน้า ถั่วฝักยาว ฯลฯ) จะทำให้ทุกคนมีผักสวนครัวกินที่ปลอดภัยจากเคมีสารพิษ มีสุขภาพดี ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างความมั่นคงทางอาหารได้อย่างแน่นอน

จากนั้นเข้าสู่การดำเนินกิจกรรม Kick off โครงการ “การน้อมนำแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 โดยทุกคนได้นำเมล็ดพันธุ์ผัก และต้นกล้าพันธุ์ผักที่ได้รับมอบในจุดลงทะเบียน ร่วมกันเพาะปลูกยังจุดต่างๆ จำนวน 2 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 ณ บริเวณข้างบ้านพักนายอำเภอ จุดที่ 2 ณ บริเวณทางขึ้นที่ว่าการอำเภอสอยดาวทั้งสองฝั่ง

ต่อมานายอดิศร สุทธิเลิศ พัฒนาการจังหวัดจันทบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องขอขอบคุณท่านนายอำเภอสอยดาว และประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสอยดาว และภาคีเครือข่ายทุกท่านที่ได้ให้เกียรติมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ สำหรับการดำเนินงานการน้อมนำแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 จะเป็นรากฐานความมั่นคงทางอาหารในระยะยาวอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งด้วย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรี จึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องประชาชนจังหวัดจันทบุรีทุกท่านมาร่วมกันปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร สร้างสุขภาพที่ดี ด้วยการบริโภคพืชผักสวนครัวที่สด สะอาด ปลอดภัย ไร้สารพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า และมีความสุขอย่างยั่งยืนต่อไป
โครงการนี้กำหนดดำเนินการระหว่าง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 พฤษภาคม 2564 มีหลักการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

ขั้นที่ 1 “ผู้นำต้นแบบ ตัวอย่างที่เห็นจริง” ให้มีการเชิญชวนผู้บริหารจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วย นายอำเภอทุกอำเภอ กลุ่ม องค์กร ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนทุกคน ปลูกผักสวนครัวอย่างน้อย คนละ 10 ชนิด เป็นตัวอย่างแก่ประชาชน พร้อมสื่อสารสร้างการรับรู้ผ่านช่องทาง Social Media เป็นประจำทุกเดือน
ขั้นที่ 2 “ผู้นำต้องทำก่อน “รณรงค์เชิญชวน ให้ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น กลุ่มองค์กร เครือข่าย และนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) สร้างกระแสการปลูกผักสวนครัวอย่างต่อเนื่อง ในหลากหลายพื้นที่ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ประชาชน
ขั้นที่ 3 “นักพัฒนา 3 ประสานกลไก ขับเคลื่อนปฏิบัติการ 90 วัน” ดำเนินงานร่วมกับ อปท. สร้างทีมนักพัฒนา 3 ประสาน ในระดับตำบล เพื่อขับเคลื่อนการปลูกผักสวนครัวอย่างต่อเนื่อง
ขั้นที่ 4 “ทุกครัวเรือน คือ คลังอาหาร ทุกหมู่บ้าน คือ ศูนย์แบ่งปัน” ร่วมรณรงค์ให้ทุกครัวเรือน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รณรงค์คัดแยกขยะ ทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน ทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพจากเศษอาหารเพื่อปรับปรุงดินและเพิ่มผลผลิต อีกทั้งรณรงค์ให้ทุกหมู่บ้านสร้างคลังอาหารชุมชน โดยใช้พื้นที่สาธารณะประโยชน์ เมื่อได้ผลผลิตก็นำมาแลกเปลี่ยนแบ่งปันโดยเฉพาะผู้ยากไร้ และจัดตั้ง ศูนย์แบ่งปันเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า
ขั้นที่ 5 “ทักษะชีวิตวิถีใหม่ เยาวชนไทยสร้างอาหารเป็น” ส่งเสริมให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานศึกษา ศาสนสถาน เป็นแหล่งเรียนรู้ในการปลูกผัก
ขั้นที่6 “ถอดรหัสการพัฒนา ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ในการสร้างความมั่นคงทางอาหารยั่งยืน” ร่วมประเมินผลการความสำเร็จของโครงการ พร้อมถอดบทเรียนการขับเคลื่อนกิจกรรม (1 อปท. 1 อำเภอต้นแบบ) หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การมอบเมล็ดพันธุ์ผัก ต้นกล้าผักสวนครัว ด้วยกลไกการขับเคลื่อนของทุกๆท่าน และการส่งต่อกิจกรรมผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง จะนำไปสู่การปลูกพืชผักสวนครัวทุกครัวเรือน มีคลังอาหารทุกหมู่บ้าน ชุมชนท้องถิ่นสามารถจัดการตนเอง ในการสร้างความมั่นคงทางอาหารยั่งยืน เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ภายในปี 2565

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้GPI ชู 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2564 ดันรายได้เติบโต 10% เตรียมจัดงานมอเตอร์โชว์ Great wall motor ร่วมครั้งแรก
บทความถัดไปอนุทิน นำทีมรับมอบวัคซีนโควิด ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ เล็งฉีดบุคคลสำคัญ-บุคลากรแพทย์ 60 ปีขึ้นไป