ซันโทรี่ เป๊ปซี่โคฯ ส่ง TEA+ ลุยตลาดชาพร้อมดื่ม เปิด 2 ผลิตภัณฑ์ ชาอู่หลงน้ำตาลน้อย-ไม่มีน้ำตาล จับกลุ่มวัยทำงาน-รักสุขภาพ

นายอชิต โจชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ดำเนินกิจการภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Growing for Good เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อรุกขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์(Portfolio)เครื่องดื่มอย่างเต็มรูปแบบและหนึ่งในกลยุทธ์หลักคือเสริมสร้างการเติบโตผ่านกลุ่มนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ นำโดยชาอู่หลงพร้อมดื่มทีพลัสซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีและผ่านมาตรฐานเดียวกันกับซันโทรี่ประเทศญี่ปุ่นทีพลัส สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการทำชาอู่หลงมายาวนานกว่า 40 ปีของซันโทรี่ โดยผลิตภัณฑ์ชาอู่หลงสามารถทำยอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น

นายอชิต กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มรวม (Liquid RefreshmentBeverage : LRB) ที่มีมูลค่ากว่า 145,515 ล้านบาท ชาพร้อมดื่ม (ReadyTo Drink Tea) ในประเทศไทยในปี 2563 มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 11,000 ล้านบาท คิดเป็น 7.6% แต่เฉพาะในตลาดชากลุ่มน้ำตาลน้อยหรือไม่มีน้ำตาล มีสัดส่วนของมูลค่าเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หรือเติบโตเป็น 8.8% ของตลาดชาพร้อมดื่มในไทย และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจากการเลือกเครื่องดื่มชาตามกระแส มาเป็นเลือกดื่มชาที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น โดยกว่า 99% ของผู้บริโภคชาพร้อมดื่มรู้จักและคุ้นเคยกับชาอู่หลง จึงนับได้ว่าตลาดชาพร้อมดื่มกลุ่มน้ำตาลน้อยหรือไม่มีน้ำตาล เป็นตลาดที่น่าสนใจ จึงเล็งเห็นถึงโอกาส ความพร้อม และศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจและดึงดูดให้ผู้บริโภคทดลองชิมได้ไม่ยาก

นายสมชัย เกตุชัยโกศล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับเครื่องดื่มชาอู่หลง‘ทีพลัส’ บริษัทฯได้ทุ่มงบการตลาดกว่า 200 ล้านบาทโดยให้ความสำคัญกับแคมเปญแจกชิมสินค้าทั่วประเทศกว่า 1.6 ล้านขวดเพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิมชาอู่หลงทีพลัส รวมถึงกิจกรรมการตลาดแบบครบวงจร อาทิ สื่อดิจิทัล สื่อโทรทัศน์ สื่อนอกบ้าน เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มชาพร้อมดื่ม โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มวัยทำงานช่วงอายุระหว่าง 25 –35 ปีและในกลุ่มรักสุขภาพ ตลอดจนการทำการตลาดที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์และความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยผลักดันยอดขายปีแรกได้ตามเป้าหมาย และผลักดันขึ้นผู้นำในตลาดชาพร้อมดื่มในไทยได้ในอนาคต

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปทุมธานี พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 2 ราย แจ้งประชาชนที่มีความเสี่ยงเข้ารับการตรวจโควิด
บทความถัดไปไขสาเหตุ 5 ข้อ ‘หงส์แดง’ กับสถิติพ่ายคาบ้าน 6 นัดติด ในรอบ 129 ปี