ซีไอเอ็มบีไทย เผยวิเคราะห์ปัญหาขาดตู้คอนเทนเนอร์ แผ่วลงครึ่งปีหลัง

นายโอภาส ใจเครือคำ งานวิจัยธุรกิจรายสาขาและฐานข้อมูลทางธุรกิจ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เผยวิเคราะห์เรื่อง ตู้คอนเทนเนอร์หายไปไหน? ว่า โควิด-19 เป็นสาเหตุหลักก่อปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ จากข้อมูลสหประชาชาติ ระบุว่า ทั่วโลกมีตู้คอนเทนเนอร์รวมกันประมาณ 180 ล้านตู้ โดยปี 2562 ท่าเรือเอเชียมีส่วนในการบริหารจัดการถึง 60 % รองลงมา คือ ท่าเรือยุโรป 15 % อเมริกาเหนือ 7% ลาตินอเมริกา 6% และแอฟริกา 4% ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าตู้คอนเทนเนอร์เปล่าทั้งหมดจะอยู่ที่เอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ เป็นหลัก

ในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาดรอบแรก หลายประเทศล็อกดาวน์ ทำให้การขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างประเทศลดลงมาก เกิดปัญหาตู้คอนเทนเนอร์เปล่ากระจ่ายไปตามท่าเรือ บริษัท โรงงาน หรือ Inland Container (ICD) ตามประเทศต่างๆ จึงทำให้สายเดินเรือ 3 กลุ่มใหญ่ อย่าง THE Alliance, Ocean Alliance และ 2M Alliance ต้องหยุดเดินเรือหรือจำกัดการเดินเรือมากขึ้น เดือนกรกฎาคม 2020 หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ในจีนคลี่คลาย เป็นช่วงที่จีนเร่งส่งออกสินค้า ทำให้ความต้องการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น เกิดปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูง

ส่วนประเทศปลายทางส่งออกอย่างสหรัฐฯและยุโรป โควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดอยู่ ส่งผลให้ตู้คอนเทนเนอร์ตกค้างที่ท่าเรือสหรัฐฯและยุโรปจำนวนมาก ต้องใช้เวลานานในการนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่ากลับคืนประเทศต้นทาง แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดทิศทางดีขึ้น แต่สายเดินเรือยังใช้ปริมาณเรือขนส่งเท่าเดิม ส่งผลให้ไม่มีที่วางตู้คอนเทนเนอร์ จำนวนเรือไม่เพียงพอในการขนส่ง และค่าระวางปรับสูงขึ้น

นายโอภาส ระบุต่อว่า แล้ว ผู้ส่งออกไทยได้รับผลกระทบ อย่างไรบ้าง นั้น ย้อนไปปี 2562 ประเทศไทยใช้ตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 9.45 ล้านตู้ แบ่งเป็นขาเข้า 4.85 ล้านตู้ ขาออก 4.60 ล้านตู้ มาในปี 2563 การส่งออกและนำเข้าของไทย มีปริมาณลดลง 5.90% และ 11.75% ตามลำดับ ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ในประเทศเกิดความไม่สมดุล เพราะปริมาณการส่งออกมีมากกว่านำเข้า ประกอบกับทางจีนและเวียดนามนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่ากลับประเทศ ทำให้ผู้ส่งออกไทยเผชิญปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และค่าระวางเรือสูงขึ้น ค่าระวางเรือจากไทยไปยุโรป เดิมเก็บ 700 – 900 เหรียญต่อตู้ แต่ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็น 1,000 ในเดือน พ.ย. 2563 เพิ่มเป็น 2,200 เดือน ธ.ค. 2563 และเพิ่มสูงถึง 3,650 เหรียญต่อตู้ในเดือน ม.ค. 2564 ส่วนค่าระวางเรือจากไทยไปสหรัฐฯ เดิมเก็บ 1,000-1,500 เหรียญต่อตู้ ปรับเพิ่มเป็น 3,200 เหรียญต่อตู้ช่วงเดือน พ.ย. 2563 – ม.ค. 2564

นายโอภาส ระบุต่อว่า ผู้ส่งออกไทยเริ่มมีความหวัง ครึ่งหลังปี 2564 ในช่วงครึ่งปีแรก การส่งออกของไทยจะยังเผชิญปัญหาค่าระวางเรือที่สูง และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในการบรรจุสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องนุ่งห่ม เพราะหลายประเทศเร่งการส่งออก ทำให้มีความต้องการตู้คอนเทนเนอร์สูงมากขึ้น

” ช่วงครึ่งปีหลัง ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกจะหมุนเวียนเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับความต้องการ หลังการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สหรัฐฯและยุโรปจะส่งออกมากขึ้น ผู้ผลิตตู้คอนเทนเนอร์รายใหญ่อย่างจีนจะผลิตตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มขึ้น โดยสมาคมอุตสาหกรรมตู้คอนเทนเนอร์ของจีน ระบุว่า เพื่อแก้ปัญหาเดือนกันยายน 2563 จีนผลิตตู้คอนเทนเนอร์ถึง 300,000 ตู้ สูงสุดในรอบ 5 ปี ประกอบกับค่าระวางเรือที่สูงขึ้น กระตุ้นให้สายเดินเรือต่างๆ เพิ่มจำนวนเรือบรรทุกสินค้ามากขึ้น”นายโอภาส กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘วิษณุ’ บอกไม่ถูก กรณีโหวตวาระ 3 ชี้เป็นเรื่องของรัฐสภา
บทความถัดไปสุดทน! พ่อตาวัย 70 ปี ยิงลูกเขยดับ เหตุหยามเกียรติ ลอบเป็นชู้กับแม่ยายตัวเอง