เอกชนภูเก็ต หวังไตรมาส 4/64 นักท่องเที่ยวฟื้น 40% หลัง 1 ก.ค. เปิดรับต่างชาติ

เอกชนภูเก็ต หวังไตรมาส 4/64 นักท่องเที่ยวฟื้น 40% หลัง 1 ก.ค. เปิดรับต่างชาติ

นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผยว่า การเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ เริ่มวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ขณะนี้ภาคเอกชนได้เตรียมพร้อมรองรับการกลับมาเดินทางนักท่องเที่ยวรอบใหม่แล้ว ตั้งแต่ขนส่งสาธารณะ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และบริการอื่นๆ เพิ่มเติม เหลือเพียงรอให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเท่านั้น โดยประเมินทั้งไตรมาส 3/2564 คงยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเกินกว่าจำนวน 100,000 คน ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินไว้ ความหวังจึงอยู่ที่ไตรมาส 4/2564 เนื่องจาก เป็นฤดูหนาวที่จะมีนักท่องเที่ยวจากยุโรป หนีหนาวมาเที่ยวไทย โดยเฉพาะภูเก็ต จำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฐานลูกค้าหลักอยู่แล้ว รวมถึงภูเก็ตอากาศจะดีในช่วงไตรมาส 4 ด้วย ทำให้เวลา 3 เดือนนับจากนี้ จนกว่าจะถึงไตรมาสสุดท้ายของปี หากรัฐบาลสามารถควบคุมการระบาดโควิด-19 ในภาพรวมทั่วประเทศได้ดี ยอดผู้ติดเชื้อลดลง ก็มีโอกาสที่ต่างชาติจะกลับมาเที่ยวไทยมากขึ้น โดยเบื้องต้นประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาส 4 จะฟื้นตัวกลับมาได้ 30-40% หรือจำนวน 3-4 แสนคนต่อเดือนได้ จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวภูเก็ตกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน โดยแบ่งเป็นตลาดต่างชาติ 2 แสนคน และตลาดไทยเที่ยวไทย 1.5-2 แสนคน เนื่องจากช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา สามารถกระตุ้นให้คนไทยมาเที่ยวภูเก็ตได้ถึง 1.5 แสนคนต่อเดือน จึงคาดว่าหากสามารถกระตุ้นตลาดเที่ยวในประเทศได้มากขึ้น ควบคู่กับดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ การฟื้นตัวกลับมาได้ 30-40% น่าจะอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น

“ความกังวลในตอนนี้คือ การระบาดโควิด-19 ในภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพราะแม้ภูเก็ตจะสามารถควบคุมการระบาดได้ดี เพราะพบผู้ติดเชื้อในหลักหน่วยต่อวัน หรือบางวันก็ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น แต่หากภาพรวมการติดเชื้อระดับประเทศมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะส่งผลกระทบกับความต้องการและความเชื่อมั่นในการมาเที่ยวไทยของต่างชาติได้ รวมถึงหากประเทศไทยถูกยกระดับให้เป็นประเทศสีแดง อาจส่งผลให้ต่างชาติชะลอการมาเที่ยวไทยได้ ซึ่งส่วนนี้ยอมรับว่ามีผลกับการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงมาก” นายก้องศักดิ์ กล่าว

นายก้องศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการเตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในส่วนของธุรกิจโรงแรม ขณะนี้มีโรงแรมที่ได้รับมาตรฐานดังกล่าวจำนวนกว่า 300-400 แห่งในภูเก็ต คิดเป็นจำนวนห้องประมาณ 15,000-20,000 ห้อง จากจำนวนโรงแรมในภาพรวมประมาณ 3,000 แห่ง คิดเป็นจำนวนห้องพักประมาณ 150,000 ห้อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นการกลับมาเปิดให้บริการเพิ่มเติมของโรงแรมที่ยังปิดตัวอยู่ เนื่องจากประเมินแล้วพบว่า ในช่วงไตรมาส 3/2564 จำนวนต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวภูเก็ต ยังอยู่ในระดับน้อย ตามที่ททท.คาดไว้คือ 1 แสนคนทั้งไตรมาส 3 จากเดิมที่เข้ามาจำนวนกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งถือเป็นจำนวนนำร่อง จึงยังไม่เห็นความต้องการกลับมาเปิดให้บริการของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมเพิ่มเติม บวกกับโรงแรมที่เปิดให้บริการ 300-400 รายขณะนี้ ปรับตัวให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยสูงสุดแล้ว แม้โควิดจะระบาดยาวนานต่อเนื่อง แต่ก็ยังพยายามเปิดให้บริการอยู่ จึงไม่เห็นการเปิดของโรงแรมรายอื่นๆ เพื่อมาแข่งขันเพิ่มเติม

นายก้องศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือก็ยังเป็นมาตรการรูปแบบเดิมคือ การฟื้นฟูเยียวยาภาคเอกชน โดยเฉพาะการลดต้นทุนคงที่ หรือค่าไฟฟ้าและค่าน้ำ รวมถึงการช่วยจ่ายเงินเดือนพนักงานคนละ 50% ระหว่างรัฐบาลและเอกชน หรือมาตรการโคเพย์ เพื่อช่วยพยุงการจ้างงานไว้ เนื่องจากขณะนี้กระแสเงินสดหรือสภาพคล่องของธุรกิจแทบไม่เหลือแล้วจริงๆ และหากต้องเลิกจ้างแรงงานไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานทักษะหรือแรงงานที่มีฝีมือ หากภาคการท่องเที่ยวกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง การนำแรงงานเหล่านี้กลับมาเป็นเรื่องยาก รวมถึงการฝึกฝนแรงงานใหม่ให้มีทักษะสูงเหมือนแรงงานเก่าๆ ก็ต้องใช้เวลานาน และยากไม่แตกต่างกัน จึงอยากให่รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องการจ้างงานมากที่สุด แต่อาจเปลี่ยนชื่อโครงการจากการจ้างงานแบบโคเพย์ เป็นการจ้างงานคนละครึ่งแทน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon