ม็อบฮือหน้าบันไดศาลร้องปล่อย ‘เพนกวิน’-‘ชัยธวัช’ นำ ส.ส.ก้าวไกล ติดตามสถานการณ์

ลั่นไม่ประกันจะเกิดวิกฤตศรัทธา จ่อชงกฎหมายเอาผิดผู้พิพากษา โห่เกรียวกราวหน้าศาล หากไม่ออกรับหมายนอนที่ศาล

เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้ชุมนุมแนวร่วมกลุ่มราษฎร เดินทางมาชุมนุมที่ศาล ตามที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดยื่นจดหมายเรียกร้องศาลให้ประกันตัวแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร โดยผู้ชุมนุมหลาย 10 คน เข้ามาอยู่ในพื้นที่หน้าบันไดศาล ช่วงหนึ่งมีการชูป้ายขนาดใหญ่เขียนข้อความว่า “45 วัน #คืนสิทธิประกันตัวโดยไม่มีเงื่อนไข” และทำการชู 3 นิ้ว ตะโกนว่า “ปล่อยเพนกวิน” (นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มราษฎร) อย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าหน้าที่ตั้งแผงกั้นบริเวณบันไดทางขึ้นศาล
ต่อมานายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อม ส.ส.พรรคก้าวไกล บางส่วน อาทิ นายรังสิมันต์ โรม , น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์การยื่นขอประกันตัวแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎรด้วย นายชัยธวัชเปิดเผยว่า เป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพ เพนกวิน เรื่องใหญ่คือกระบวนการไม่ให้ประกันตัวในคดีการเมืองและคดีมาตรา 112 มีแนวโน้มให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปราบปรามผู้ที่เห็นต่าง ผู้พิพากษาในกระบวนการยุติธรรมถูกตั้งคำถามว่าใช้กฎหมายอย่างบิดเบือนหรือไม่ ในการไม่ให้ประกันตัวหลายครั้ง น่าจะไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย หวังว่าศาลจะทบทวนการพิจารณา เพราะอาจจะเป็นโอกาสสุดท้าย ที่จะทำให้ความศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมยังพอจะหลงเหลืออยู่

นายชัยธวัชกล่าวด้วยว่า น่าจะเป็นฟางเส้นสุดท้าย หากไม่มีคำสั่งให้ประกันตัว คงจะทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมไทย ประชาชนทุกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับความอยุติธรรม คงจะเดินหน้าในการตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้พิพากษา พรรคก้าวไกลจะหาทางตรวจสอบด้วย เห็นชัดเจนว่า ระบบกฎหมายไม่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่กลายเป็นเครื่องมือในการปราบปรามทางการเมือง พรรคก้าวไกลกำลังจะแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ให้เอาผิดกับผู้พิพากษาที่บิดเบือนกฎหมายได้ หลายประเทศที่พัฒนาแล้วมีกฎหมายอาญาตรงนี้

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลยื่นแก้ไข ป.อาญา มาตรา 112 ปัจจุบันยังติดขัดขั้นตอนไหน นายชัยธวัชระบุว่า รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งหนังสือมาที่พรรค บอกร่างที่เสนออาจจะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 เคยยืนยันไปแล้วว่าไม่เห็นร่างที่พรรคก้าวไกลเสนอจะขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด คนที่จะเป็นคนตัดสินว่า กฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร และยังมีกระบวนการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้อีก ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ด้านนายรังสิมันต์เปิดเผยว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะแลกกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดกับการนำแกนนำราษฎรและแนวร่วมไว้ในเรือนจำ นี่คือโอกาสครั้งหนึ่งในฐานะที่คุณเคยเรียนนิติศาสตร์ ขอให้ใช้ความรู้สึกในการทำหน้าที่เพื่อสร้างความยุติธรรม หมดเวลาแล้วกับการเอาคนไปกักขังโดยไม่มีเหตุ มีความจำเป็นต้องปล่อยตัวแกนนำ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการดำเนินคดี กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการต่อไปเพื่อหาความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย ไม่อยากเห็นใครเสียชีวิตจากการไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในเร็วๆ นี้

ขณะที่ภายหลังพรรคก้าวไกลให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น และเดินเข้าไปในศาล ทางตำรวจประกาศผ่านโทรโข่งเตือนผู้ชุมนุมขอให้อยู่ความสงบ และการชุมนุมขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผู้ชุมนุมพากันชู 3 นิ้ว และโห่ใส่ตำรวจ โดยส่วนหนึ่งตะโกนว่า “ทองแท้แพ้ทองหล่อ” ซึ่งเป็นการประชดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ด้วย โดยผู้ชุมปราศรัยว่า นำจดหมายลงรายชื่อกว่าหมื่นรายชื่อมายื่นโดยปราศรัยว่าถ้าศาลไม่ยอมลงมารับจะต้องนอนที่นี่ หลังจากนั้นก็มีการโห่ร้องเสียงดังอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจศาล รปภ.เเละกำลังตำรวจจาก สน.พหลโยธิน รักษาความปลอดภัยโดยมีการประกาศให้อยู่ในความสงบเเต่ไม่เป็นผลม็อบยังมีการโห่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon