ตำรวจพหลโยธินยื่นฝากขัง “สมยศ”กับผู้ชุมนุมม็อบรีเด็มรวม 14 ราย ก่อเหตุประท้วงหน้าศาลอาญา

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ จูสกูลวิจิตร์ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาประท้วงก่อความวุ่นวายบริเวณหน้าศาลอาญา รวม 2 สำนวน สำนวนแรกผู้ต้องหา 13 คน ประกอบด้วย นายศุภกิจ บุญมหิทานนท์อายุ 19 ปี , นายวีรภาพ วงษ์สมาน อายุ 18 ปี นายปรณัท น้อยนงค์เยาว์ อายุ 25 ปี นายพัชรวัฒน์ โกมลประเสริฐกุล อายุ18 ปี น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อายุ22 ปี ว่าที่ รต.อิทธิกร ทรัพย์แฉ่ง อายุ 21 ปี ,น.ส.ปรัชญา สานจิตสัมพันธ์ อายุ 24 ปี ,น.ส.สุทธิตา รัตนวงศ์ อายุ 23 ปี นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง อายุ 22 ปี นายศรัณย์อนุรักษ์ปราการ อายุ 21 ปี นายชาติชาย แกดำอายุ 37 ปี นายชนกันต์ เคืองไม่หาย อายุ 19 ปี และนายยงยุทธ ฮังนนท์ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-13

ส่วนสำนวนที่สองยื่นฝากขัง นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อายุ 59 ปี แนวร่วมม็อบคณะราษฎร ผู้ต้องหาตามหมายจับความผิดฐานร่วมกันดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณา ,ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยผู้กระทำผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธและเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไปแต่ผู้กระทำไม่เลิกมั่วสุม, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่แออัดเกินกว่า 20 คนโดยไม่ได้รับอนุญาตในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพทยระบาดและอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคติดต่อ , ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาฝากขังที่ศาลอาญาครั้งแรก ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-13 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา การกระทำของผู้ต้องหาทั้งหมด เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198,215,216 ประกอบมาตรา 83 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา9, 18 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มาตรา 34 ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2564 พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงพ.ศ. 2493 มาตรา4,9

พนักงานสอบสวนยังต้องสอบพยานอีก 10 ปาก , รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาที่1 – 13 มาประกอบสำนวนการสอบสวน จึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหาที่1-13 มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 – 25 พ.ค.2564 ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้ง 13 ราย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงหากผู้ต้องหาที่ 1-13ได้รับการปล่อยชั่วคราว เกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาผู้ต้องหาพร้อมทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image