ผบช.น.แจง พ.ต.ท.กับพวกอุ้มนักธุรกิจต่างชาติเรียกค่าไถ่ถูกจับดำเนินคดี-ส่งฝากขังสั่งพิจารณาโทษวินัยร้ายแรง

เมื่อวันที่ 17  พฤษภาคม  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ  2 ราย คนไทย 1 ราย เหตุเกิดในพื้นที่ สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ทางตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานจนขออนุมัติศาลออกหมายจับ  6 ราย โดยผู้เสียหายและกลุ่มผู้ต้องหารู้จักกัน ร่วมทำธุรกิจด้วยกัน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ควบคุมตัวผู้ต้องหารายที่ 4 เป็นข้าราชการตำรวจยศ พ.ต.ท. ตำแหน่งรอง ผกก. สังกัด บก.จร. ก็แจ้งข้อหาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ฝากขังที่ศาลอาญา และมีการคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากว่าคดีดังกล่าวผู้ต้องหาบางส่วนเป็นชาวต่างชาติถิ่นที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งเกรงว่าจะหลบหนี และการกระทำความผิดกระทำในช่วงเวลากลางวัน ถือเป็นกรณีอุกอาจสะเทือนขวัญโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

“ส่วนกรณีผู้ต้องหาอีก 2 คน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติอยู่ระหว่างหลบหนีนั้น อยู่ระหว่างเร่งรัดในการจับกุมตัว พร้อมทั้งยังมีการเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทำการพิสูจน์ทราบคนร้ายอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวตามที่เสนอข่าวออกไปนั้น เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ประกอบกับผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติ การรวบรวมพยานหลักฐานต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล เพราะระหว่างก่อเหตุกลุ่มผู้ต้องหามีการแต่งกายและปิดบังใบหน้า ประกอบกับผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ หลายครั้ง จึงทำให้ออกหมายจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวได้เมื่อไม่นานที่ผ่านมา” ผบช.น. กล่าว

เมื่อถามว่า ทาง บก.ป. ระบุว่ามีผู้ต้องหาทั้งหมด 10 คนนั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือว่าข้อมูลสอดคล้องกัน อย่างกรณีที่มีการกระทำความผิด ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะมีผู้กระทำความผิดมากกว่า 6 ราย แต่อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมีการปิดบังใบหน้า ซึ่งมีการออกหมายจับทั้งหมด 6 ราย แต่คนอื่นๆ เป็นเพียงแค่การออกหมายจับตามภาพถ่าย แต่ยืนยันตามหลักฐานที่พบแน่ชัดนั้น มีผู้กระทำความผิดในขณะนี้ 6 ราย ส่วนชาวต่างชาติ 2 รายที่หลบหนี จากการตรวจสอบเชื่อได้ว่ายังคงหลบหนีอยู่ภายในประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวถามถึง นายตำรวจยศ พ.ต.ท. สังกัด บก.จร. ไปอยู่ภายในที่เกิดเหตุได้อย่างไรนั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องในสำนวนการสอบสวน แต่ทางพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้ข้อหาร่วมกระทำความผิดและแจ้งข้อกล่าวหาเดียวกันกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุไม่ได้ใส่เครื่องแบบ โดยข้อหาที่แจ้งคือร่วมกันเรียกค่าไถ่ พยายามฆ่า ทำร้ายร่างกาย หน่วงเหนี่ยวกักขัง ข่มขืนใจ และซ่องโจร ส่วนการพิจารณาโทษทางวินัยรอง ผกก. ยศพ.ต.ท.นั้น หลังจากที่ผู้เสียหายมีการร้องทุกข์กล่าวโทษแล้วรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบทางต้นสังกัด บก.จร. ได้สั่งมาช่วยปฏิบัติราชการที่ต้นสังกัดทันทีเมื่อทราบเรื่อง แต่ระหว่างนั้นยังรวบรวมพยานหลักฐานไม่เสร็จสิ้นก่อนมาถูกจับได้ดังกล่าว และจะมีการพิจารณาโทษทางวินัยคือผิดวินัยร้ายแรง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวไม่ได้ปฏิบัติตามหน้าที่ ถือเป็นความผิดโดยประมาท เป็นการกระทำความผิดอาญาก็ต้องถูกดำเนินการทางวินัยอีกต่างหาก

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่พบบุคคลที่มีชื่อเสียงเกี่ยวข้องเพิ่มเติมแต่อย่างใด หากรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องแน่ชัดก็จะออกหมายจับเพิ่มเติมอีกครั้ง ส่วนกรณีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจับกุมดังกล่าวอาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่นั้น ปกติเมื่อเกิดเหตุกรณีชาวต่างชาติกระทำความผิดทางตำรวจจะแจ้งให้ทางสถานทูตประเทศนั้นรับทราบว่ามีคนในสัญชาติหรือประเทศนั้นๆ กระทำความผิด ส่วนการเดินเข้ามาของผู้ต้องหาชาวต่างชาติทั้ง 4 คนนั้น ได้รับวีซ่าทำงานในประเทศไทยมีการตั้งบริษัทเกี่ยวกับการให้คำแนะช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ทำธุรกิจในประเทศไทย อยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติบริษัทดังกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามถึง พ.ต.ท. นายหนึ่งอดีตตำรวจสันติบาลเกี่ยวข้องอย่างไรนั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ทราบว่าติดต่อมาทาง พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น. 5 เพื่อสอบถามเรื่องการยื่นขอประกันตัว ซึ่งจากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ จึงยังไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกให้มาให้ปากคำ และไม่ทราบว่ามีความสัมพันธ์ใดกับผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายหรือไม่ แต่เชื่อได้ว่าจะรู้จักกับทางผู้ต้องหาเนื่องจากมาประสานงานติดต่อยื่นประกันตัว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ปูนลูกดิ่ง-จิงโจ้’ สวนกระแส ศก.ทุ่ม 400 ล้านขยาย รง. ยันไม่ลดเงินเดือน-ไม่ปลดคน
บทความถัดไปอะไรยังไง! ลือให้แซ่ด ‘มิสยูนิเวิร์ส’ คนล่าสุด เคยแต่งงานแล้ว