เปิด 11 รายชื่อ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี’64

เปิด 11 รายชื่อ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี’64

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นประธานแถลงข่าวครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2564 บทบาทความเป็น ‘ครู’ ในยุคโควิด-19 โดยมีน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมแสดงความยินดี

นายกฤษณพงศ์ กล่าวว่า รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นรางวัลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์  และมีคุณประโยชน์ต่อการศึกษาในประเทศอาเซียนและติมอร์ เลสเต รวม 11 ประเทศ ประเทศละ 1 รางวัล โดยจัดมอบรางวัลในทุก 2 ปี และเพื่อถวายเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เจ้าฟ้านักการศึกษา โดยความร่วมมือของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ศธ. กสศ. และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง สำหรับครูผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี มาจากการคัดเลือกของกระทรวงศึกษาธิการในอาเซียนและติมอร์-เลสเต ทั้ง 11 ประเทศ โดยมีคุณสมบัติเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ชีวิตของลูกศิษย์และมีคุณูปการต่อวงการศึกษา ประเทศละ 1 คน ซึ่งจะมีการคัดเลือกสุดยอดครู 2 ปีครั้ง เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัล ประกอบด้วย เหรียญรางวัล ประกาศนียบัตร โล่ เข็มเชิดชูเกียรติทองคำ และเงินรางวัล รางวัลละ 10,000 เหรียญสหรัฐ โดยมีกำหนดพิธีพระราชทานรางวัล ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้

นายกฤษณพงศ์ กล่าวต่อว่า ครูผู้ได้รัลพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 11 ประเทศในอาเซียนและติมอร์-เลสเต ปี 2564 มีดังนี้ 1.ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม เปองีรัน ฮาจี โมฮัมหมัด วาฮับ บิน เปองีรัน ฮาจี อับดุลละฮ์ สอนวิชาศิลปะการประกอบอาหาร ที่ School of Hospitality and Tourism, IBTE Sultan Saiful Rijal Campus สายอาชีพ มีประสบการณ์และทักษะการสอนกว่า 20 ปี  เป็นผู้นำในการจัดหลักสูตรการปรุงอาหารและการบริการแบบมืออาชีพ จัดทำหลักสูตรการบริหารจัดการอาหารแบบครบวงจร 2.ราชอาณาจักรกัมพูชา นายณอน ดารี สอนระดับประถมศึกษาที่โรงเรียน Quach Mengly Toulbeng, จังหวัด Kampong Cham เริ่มใช้การบูรณาการการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง 3.สาธารณรัฐอินโดนีเซีย น.ส.คอรีอิยะฮ์ สอนวิชาวิทยาศาสตร์โรงเรียนประถมศึกษา SMP Negeri 32 Bandar Lampung จังหวัด Lampung นับเป็น“Resource Person”ในการเรียนการสอนโดยใช้โปรแกรม “Webinar”จากกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรม 4.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นางแสงเพ็ด คูนปะเสิด หัวหน้าวิชาฟิสิกส์ โรงเรียนมัธยมศึกษาอุดมไซ สอนวิชาฟิสิกส์และพัฒนาหลักสูตรการสอนในระดับ ม.ปลาย และเผยแพร่ให้กับโรงเรียนอีก 14 แห่งที่เมืองไซ เป็นวิทยากรระดับจังหวัดในวิชาวิทยาศาสตร์และมีงานเขียนเอกสารทางวิชาการ 5.สหพันธรัฐมาเลเซีย นายโนร์ฮาอิลมี อับดุล มูตาลิบ สอนวิชาวิทยาศาสตร์โรงเรียนมัธยมศึกษา SMK Jerlun รัฐเคดาห์ ครูต้นแบบการสอน STEM ศึกษาระดับประเทศ ได้รับการเสนอให้เป็น “Master Trainers for Inquiry-Based Science” ในระดับประเทศและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายกฤษณพงศ์ 6.สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นายจอร์ ซิน ออง ครูผู้ช่วยสอนอาวุโส และสอนภาษาอังกฤษที่  No.8 Basic Education Middle School เมืองลาโชว์ รัฐฉาน ได้รับรางวัลครูดีเด่นระดับโรงเรียน และรางวัล Outstanding Teacher Award ระดับรัฐ 7.สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายมาเซโล ที โอทินเควท หัวหน้าครูในระดับพื้นที่ 5 โรงเรียน Governor Bado Dangwa Agro-Industrial, Kapangan, Benguet ผู้ประสานงานเก็บรวบรวมเอกสารคลังข้อมูลชนพื้นเมือง 8.สาธารณรัฐสิงคโปร์ นายหยก จูน เม็ง หัวหน้าภาควิชาภาษาอังกฤษและสังคม โรงเรียนประถมศึกษา Yu Neng นำ ICT เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ บูรณาการการคิดและวิเคราะห์ การใช้ Coding และมีการทำแผนภาพการใช้ ICT บูรณาการกับโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียน 9.สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต นายวีเซ็นเต มาร์กัล ดา ซิลวา ผู้อำนวยการและสอนภาษาอังกฤษ–โปรตุเกส โรงเรียน Ensino Central Tirilolo Baucau มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน การกีฬาในโรงเรียน และการฝึกอบรมครูและนักเรียนของประเทศ 10.สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม น.ส.ฮ่า หัน เฟื่อง สอนวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนมัธยมศึกษา Huong Can จังหวัด Phu Tho พัฒนาการเรียนการสอนแบบห้องเรียนไร้พรมแดนให้เด็กนักเรียนบนพื้นที่สูงและเด็กชนเผ่า และบูรณาการวิชาภาษาอังกฤษเข้าไปในการเรียนการสอน เชื่อมโยงกับสังคมยุคใหม่ด้วยแนวคิดการเป็นพลเมืองโลก และ 11.ประเทศไทย น.ส.ประทิน เลี่ยนจำรูญ สอนวิชาการตลาดและเศรษฐศาสตร์ ระดับ ปวช.วิทยาลัยเทคนิคพังงา จ.พังงา มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการเขียนแผนธุรกิจ เป็นที่ปรึกษาธุรกิจของผู้เรียนอาชีวศึกษาได้รับรางวัลระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการ “บางพัฒน์โฮมสเตย์” ที่ดำเนินการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

“นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีการมอบรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ โดยครูที่ได้รับรางวัลคุณากร ปี 2564 จำนวน 3 ราย คือ น.ส.กล่อมจิต ดอนภิรมย์ โรงเรียนกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ครูผู้เติมเต็มศักยภาพให้แก่ลูกศิษย์ที่หลากหลายวิธี โดยเชื่อว่าทุกคนเป็นดาวเด่นในตัวเอง นางสุมิตรา กลิ่นบุบผา โรงเรีนนบ้านหนองแดน สาขาบ้านโละโคะ จ.กำแพงเพชร แม่ครูที่ทำให้เด็กกลุ่มชาติพันธุ์อ่านออกเขียนได้ และไม่เคยทอดทิ้งนักเรียนและชุมชน  และนายสิทธิชัย จันทร์คลาย โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี จ.สระแก้ว ครูผู้ใช้ศิลปะเพื่อปลุกความคิดสร้างสรรค์สู่การพัฒนาความถนัดของผู้เรียน”นายกฤษณพงศ์ กล่าว

ด้านน.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ความรอบรู้ การสอนดี ความมีจรรยาบรรณ และมุ่งมั่นพัฒนา คือ 4 คุณลักษณะสําคัญของความ เป็นครู การที่เรามีครูซึ่งได้อุทิศตนเพื่อทําหน้าที่เสริมสร้างการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในระดับต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเยาวชนและผู้ด้อยโอกาสในท้องถิ่นที่ห่างไกล วันนี้เรามีแบบอย่างของครูได้สร้างคุณูปการดังกล่าว ท่านเหล่านี้คือผู้มีส่วนในการส่งเสริมคุณค่าของวิชาชีพครูให้เป็นที่ประจักษ์แก่ สังคมในฐานะวิชาชีพชั้นสูงอย่างแท้จริง บทบาทของความเป็นครูในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่กําลังระบาดระลอกที่ 3 เป็นโจทย์ท่ีท้าทาย อย่างยิ่งที่นอกจากจะต้องคํานึงถึงการเรียนรู้ของลูกศิษย์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทางเศรษฐกิจสุขภาพกาย สุขภาพจิตใจ และความปลอดภัยของผู้เรียนแล้ว ก็ยังต้องดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเพื่อนครูด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เราพบปรากฎการณ์ความรู้ถดถอยของผู้เรียน หรือ Learning Loss ที่กําลังเกิดขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย อันเป็นผลมาจากการใช้มาตรการการจัดการศึกษาเพื่อ รับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยการปิดโรงเรียนและใช้วิธีการเรียนแบบผสมผสานระหว่างการเรียนทางไกลควบคู่กับการเรียนในสถานที่ สิ่งนี้อาจทําให้นักเรียนเกิดสภาวะ Learning Loss หรือความรู้ที่หายไป ซี่งมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก

“ดิฉันจึงอยากฝากแนวคิดเรื่องการจัดการศึกษาภายใต้หลักความปลอดภัย ของครูในยุคโควิด-19 ไว้ 4 ประการ คือ 1. ครูจะต้องหมั่นสํารวจความพร้อมของผู้เรียน เพื่อวัด learning loss และดําเนินการเติมเต็มช่องว่างการเรียนรู้ที่หายไปไม่ว่ารูปแบบใดๆที่เป็นการเพิ่มเติมการเรียนรู้ของผู้เรียน 2. การหมั่นสํารวจสุขภาพกาย สุขภาพจิต ของผู้เรียนและเพื่อนครู 3. การติดตามข้อมูลผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมือ และ 4. การให้ความสําคัญกับความ ปลอดภัยในใช้ชีวิตและการเดินทางเพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อความปลอดภัยจากการระบาดของเชื้อ และ เพื่อให้โรงเรียนรู้ข้อมูลที่เกิดขึ้นกับนักเรียนเป็นรายบุคคลเพื่อออกแบบแนวทางแก้ปัญหาได้ตรงจุด ทั้ง 4 ประการนี้จะเกิดขึ้นได้ โรงเรียนต้องมีอิสรภาพในการบริหารจัดการภายในโรงเรียน เพื่อออกแบบการ เรียนรู้ที่ยืดหยุ่นตามบริบทสถานการณ์ในพื้นที่” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ประทิน กล่าวว่า มองว่าการสอนเด็กดีให้เป็นเด็กดีนั้น ทำง่าย สอนเด็กเก่งให้เป็นเด็กเก่ง ก็ทำง่ายเช่นเดียวกัน แต่ถ้าสอนเด็กที่ไม่ดี ให้เป็นคนดีได้ สิ่งนี้คือครู ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนชีวิตเด็กให้ได้ ตนมองว่าการให้ผู้เรียนทำโครงงานวิทยาศาสตร์และการทำแผนธุรกิจ จะช่วยทำให้เด็กสามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้มากกว่าที่คิด จากประสบการณ์ระบาดเมื่อปีที่แล้วทำให้ครูต้องเปลี่ยนบ้านเป็นโรงเรียน การศึกษาต้องมีความยืดหยุ่น โดยการเรียนออนไลน์ไม่เกิน 2 วิชาต่อ 1 วัน ซึ่งต้องบูรณาการวิชาต่างๆเข้าด้วยกัน ครูต้องกระชับหลักสูตรสอนเนื้อหาที่ต้องรู้ ส่วนเนื้อหาที่ควรรู้ก็ปรับรูปแบบเป็นใบงานให้ค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อฝึกปฏิบัติจากสิ่งใกล้ตัว อย่างไรก็ตามสถานการณ์สึนามิเกิดขึ้นครั้งเดียวแต่การระบาดของโควิดส่งผลกระทบถึง 3 ระลอก ซึ่งจ.พังงา เป็นเมืองท่องเที่ยวและได้ผลกระทบทำให้ลูกศิษย์ที่ยากจนที่สุดที่ได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพและเรียนสาขาการท่องเที่ยวกังวลเรื่องการมีงานทำเมื่อจบมา ครูจึงต้องสร้างความมั่นใจและสอนให้ติดตามข่าวสารเพื่อให้ปรับตัวได้เร็ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon