เป้าหมาย การเมือง จาก จตุพร ‘ไทยไม่ทน’ อุณหภูมิ ทางสังคม

เป้าหมาย การเมือง จาก จตุพร ‘ไทยไม่ทน’ อุณหภูมิ ทางสังคม

การเคลื่อนไหวต่อสู้ในนาม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่มี นายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นผู้ประสานร่วมกับ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์

ปรากฏขึ้นภายใต้ “ข้อจำกัด” ทางการเมือง

เป็นข้อจำกัดจาก 1 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ขณะเดียวกัน 1 จากการประกาศและบังคับใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

แม้ในเดือนเมษายนจะมีการจัดตั้ง “เวที”

แต่พลันที่การแพร่ระบาดของโควิดรอบที่ 3 กระหน่ำเข้ามาโดยรอบก็ต้องพลิกเปลี่ยนจากการจัดตั้งเวทีโดยหันไปใช้พื้นที่ของ “ออนไลน์”

เป็นการปราศรัยโดยไม่รู้ “จำนวน” ของ “ผู้ฟัง”

คำถามก็คือ รูปการปราศรัยผ่านพื้นที่ “ออนไลน์” ประสบความสำเร็จ หรือว่าล้มเหลว คำตอบสัมผัสได้จาก “พัฒนาการ” ในแต่ละก้าวย่าง

อ่านได้จากความสนใจของ “สื่อ”

หากมองในแง่ “องค์ประกอบ” ของผู้เข้าร่วมก็ต้องยอมรับว่าการประสานงานโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประสบความสำเร็จ

ได้ทั้งคนจาก “พันธมิตร” และ “กปปส.”

เห็นได้จากการปรากฏของ นายไพศาล พืชมงคล เห็นได้จากการปรากฏของ นายธีรชัย ภูวนารถนรานุบาล เห็นได้จากการปรากฏของ นายไทกร พลสุวรรณ

ยิ่งกว่านั้น ยังมี “เพื่อนเก่า” เข้ามาอย่างอบอุ่น

ไม่ว่าจะเป็น นายจาตุรนต์ ฉายแสง ไม่ว่าจะเป็น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ไม่ว่าจะเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

ยิ่งกว่านั้น ยังได้ “เพื่อนใหม่” เข้ามาเสริม

เป็นเพื่อนใหม่อย่าง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นเพื่อนใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นน้องอย่าง ครูใหญ่ ขอนแก่น เท่ากับเป็นการเชื่อมประสานเก่าใหม่ได้อย่างแนบแน่น

ในที่สุด ก็สัมผัสได้ใน “พัฒนาการ” และการ “ยกระดับ”

ไม่ว่าจะเป็นคำประกาศจาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ว่าคำประกาศจาก นายวีระ สมความคิด แจ่มชัดยิ่งในการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ

นั่นก็คือ การเข้าประชิดพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์

เริ่มจากเข้ายื่นหนังสือต่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตามด้วยการเข้ายื่นหนังสือต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

เป็นคำถามให้ “พิจารณา” การร่วม “รัฐบาล”

ขณะเดียวกัน ก็เข้าไปยื่นหนังสือที่กองบัญชาการกองทัพบกให้กับ “ผบ.ทบ.” และเข้าไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เรียกร้องให้ “เสียสละ” ถอนตัวจากตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”

หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า เนื่องจากท่าทีของนายกรัฐมนตรี ท่าทีของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ท่าทีของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แจ่มชัด

กระนั้น เป้าหมายแท้จริงอยู่ที่ “สังคม” ต่างหาก

ไม่ว่าจะเป็นการปราศรัยผ่านพื้นที่ “ออนไลน์” ไม่ว่าการเดินสายไปยังทำเนียบรัฐบาล ไปยัง บก.ทบ. ไปยังหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไปยังหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

คนเหล่านี้เป็นเพียง “ทางผ่าน”

คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ความรู้สึกของ “ประชาชน” อยู่ที่ความรู้สึกของ “สังคม” ว่าทอดมองไปยังแต่ละบุคคลและกลุ่มบุคคลอย่างไร

นี่คือการใช้ “สังคม” มา “กดดัน” ทางการเมือง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon