อสส.เผยฟ้อง’วิรัช รัตนเศรษฐ’ กับพวกคดีทุจริตฯจัดสร้างสนามฟุตซอลโคราช 7 สำนวนแล้ว

4.06.21 | 15:11 น.

ความคืบหน้าคดีทุจริตเงินจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในพื้นที่เขตการศึกษาต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.)ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)มีความเห็นสั่งฟ้อง นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือประธานวิปรัฐบาล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กับพวก และส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่ายังมีข้อไม่สมบูรณ์จึงตั้งคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีร่วมกันระหว่างอัยการและ ป.ป.ช. โดยก่อนหน้านี้ อสส.มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายวิรัชแล้ว 1 สำนวน

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด กล่าวว่ามีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายวิรัช กับพวก คดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลในจังหวัดนครราชสีมาไปแล้วทั้ง 7 สำนวน ส่วนในเรื่องการยื่นฟ้องตอนนี้อยู่ระหว่างอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต รับผิดชอบในร่างคำฟ้องเพื่อยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

ด้าน นางสิริญา อินทามระ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต กล่าวว่าตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างคำฟ้องโดยนำทั้ง 7 สำนวนรวมเป็นคดีเดียวกัน เพื่อทำให้การบรรยายคำฟ้องครบถ้วนชัดเจนว่าใครทำอะไรที่ไหนมีหน้าที่ทำอะไร เกี่ยวข้องกับคดีในขั้นตอนไหนและเพื่อความเป็นธรรมกับผู้ต้องหา เพราะบางคนก็เกี่ยวข้องกับคดีเพียงแค่สำนวนเดียว อย่างเช่น วิศวะกร ออกแบบสนามครั้งเดียว แล้วมีการก็อปปี้แบบไปสร้างต่อๆกันไปเรื่อยๆ รวมทั้งนายวิรัช ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างสนามฟุตซอลในโรงเรียนพื้นที่เขตการศึกษาที่ 2 เพียงสำนวนเดียว

อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต กล่าวต่อว่า ตอนนี้ร่างคำฟ้องเสร็จสิ้นไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ สำหรับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องที่เข้าข่ายถูกฟ้อง ประกอบด้วยกลุ่มนักการเมือง กลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียน กลุ่มผู้บริหาร อบต.และเทศบาลต่างๆ โดยยังไม่ทราบจำนวนผู้ถูกฟ้องที่ชัดเจน เพราะยังร่างคำฟ้องไม่แล้วเสร็จ โดยคาดว่าคำฟ้องจะเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์และเสนอ อสส.พิจารณาเซ็นคำสั่งฟ้องได้ภายในเดือนนี้ ถ้าหากร่างคำฟ้องเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องเสนอ อสส.พิจารณา ลงนามเซ็นคำสั่งฟ้อง จากนั้นจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ตามตัวผู้ต้องหาทุกคนมาให้อัยการพาตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป