ทอ.ประกอบพิธีเนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันทิวงคต ‘พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ’

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธี เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันทิวงคต จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ โดยมี นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ และนายกสมาคมสโมสรลูกเสืออากาศ ร่วมในพิธี โดยได้จัดพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ ฯ ณ พระอนุสาวรีย์ ฯ และพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย ฯ ณ ห้องรับรองกองทัพอากาศ

พระประวัติ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ”
จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 40 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และลำดับที่ 4 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงประสูติในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พุทธศักราช 2426 (1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ในขณะนั้น) เมื่อมีพระชนมายุได้ 14 พรรษา ได้เสด็จไปทรงศึกษาในประเทศอังกฤษ จากนั้นทรงเข้าศึกษาวิชาการทหารที่โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก Corps de Pages ประเทศรัสเซีย พระองค์ทรงสอบไล่ได้ที่หนึ่ง และทรงทำคะแนนได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของโรงเรียน

เมื่อทรงสำเร็จการศึกษา ได้เสด็จกลับมาเยี่ยมประเทศไทยอีกครั้งในปี พุทธศักราช 2446 พร้อมกันนั้นพระองค์ได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นนายร้อยเอก และในปีเดียวกันนั้นเองก็ได้เสด็จกลับเพื่อการศึกษาชั้นสูงต่อไป โดยเข้าประจำโรงเรียนนายทหารฝ่ายเสนาธิการเป็นเวลา 2 ปี ปรากฏว่าพระองค์ฯ ทรงสอบได้เป็นที่ 1 อีกครั้ง และพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงพอพระทัยยิ่ง ได้ทรงแต่งตั้งให้เป็น นายพันเอกพิเศษในกองทัพบกรัสเซียและเป็นนายทหารพิเศษในกรมทหารม้าฮุสซาร์ของสมเด็จพระจักรพรรดิ อีกทั้งยังพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เซนต์อันเดรย์ ชั้นสายสะพาย ซึ่งเป็นตราสูงสุดของประเทศรัสเซียสมัยนั้น รวมทั้งตราเซนต์วลาดิเมียร์อีกด้วย

ด้วยพระปรีชาและความโดดเด่นด้านการทหารของพระองค์นั้น เมื่อเสด็จกลับประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ ยศนายพันเอก และได้ทรงเริ่มจัดการงานต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นเดียวกับอารยประเทศ ทั้งยังทรงจัดระเบียบการศึกษาด้านการทหาร อาทิ ทรงจัดระเบียบแบบแผนโรงเรียนนายร้อยขึ้นใหม่ โดยให้มีนักเรียนนายร้อยชั้นปฐม และนักเรียนนายร้อยชั้นมัธยม ทรงวางแนวทางหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนเสนาธิการและการคัดเลือกนายทหารที่มีคุณสมบัติอันเหมาะสมเข้ารับการศึกษา ถือได้ว่าพระองค์เป็นผู้นำความก้าวหน้ามาสู่กิจการทหารก็ว่าได้

ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ทรงเห็นถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องจัดหาอากาศยานไว้ป้องกันประเทศ จึงทรงดำริจัดตั้งกิจการการบินขึ้นเป็นแผนกหนึ่งของกองทัพบก ทรงจัดให้มีการคัดเลือกนายทหาร 3นาย ไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส คือ นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุนี สุวรรณประทีป) นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง สินศุข) และ นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัศ จากนั้นกระทรวงกลาโหมได้สั่งซื้อเครื่องบินจากประเทศฝรั่งเศสมาด้วย จำนวน 8 เครื่อง จัดตั้งเป็นแผนกการบินที่สนามราชกรีฑาสโมสร (สนามม้าสระปทุม)

ต่อมา ทรงย้ายที่ตั้งแผนกการบินมาที่อำเภอดอนเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พุทธศักราช2457 และทรงยกฐานะแผนกการบิน เป็นกองบินทหารบก ในวันที่ 27 มีนาคม พุทธศักราช 2547 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 พระองค์ทรงทำนุบำรุงส่งเสริมกิจการบิน ทั้งในกิจการทหารและกิจการพลเรือน ในปีพุทธศักราช 2462 จึงมีการทดลองการคมนาคมทางอากาศเป็นครั้งแรก โดยนำเครื่องบินสปัด 2 เครื่อง บรรทุกถุงไปรษณีย์ เครื่องละ 1 ถุง จากดอนเมืองไปส่งที่จังหวัดจันทบุรี ผลของการบินเดินทางไปครั้งนั้น นับว่าได้ผลสำเร็จดีทุกประการ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ
ได้แสดงความชื่นชมและทรงเห็นว่า สมควรจัดการบินไปสู่จังหวัดอื่น ๆ อีก เพื่อให้ข้าราชการ พ่อค้า คหบดีตามจังหวัดต่าง ๆ ได้ดูและช่วยอุดหนุนทางด้านการบิน พร้อมได้กล่าวข้อความสำคัญตอนหนึ่งว่า

“…กำลังในอากาศเป็นโล่อันแท้จริงอย่างเดียว ที่จะกันมิให้การสงครามมาถึงท่ามกลางประเทศของเราได้ ทั้งยังเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งในการคมนาคมเวลาปกติ…”
จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เสด็จทิวงคตด้วยพระปับผาสะเป็นพิษ (เป็นโรคปอดบวม) เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2463 สิริพระชนมายุได้ 37 พรรษา3 เดือน 10 วัน
นับว่าพระองค์ทรงวางรากฐานแนวทางเสริมสร้างกำลังทางอากาศของประเทศไทยอย่างจริงจัง จนกระทั่งได้มาเป็นกองทัพอากาศในปัจจุบัน กองทัพอากาศจึงได้เทิดพระเกียรติพระองค์ท่านให้เป็น “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้3 คลัสเตอร์ใหม่กทม. ‘หลักสี่ บางรัก ภาษีเจริญ’ พนง.โรงงานปทุมธานี 2,056 คน ติดเชื้อเกินครึ่ง
บทความถัดไปกรุงศรี ฟินโนเวต จับมือ แฟลช เดินหน้า E-commerce ecosystem สร้างการเติบโตในอาเซียน