รวบหนุ่มแดนโรตีใช้ข้อมูลบัตรเครดิตผู้อื่น ซื้อสกู๊ตเตอร์ผ่านออนไลน์มูลค่าเฉียดล้าน

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. สืบสวนกรณีมีกลุ่มคนร้ายลักลอบใช้ข้อมูลบัตรเครดิตของผู้อื่น สั่งซื้อสินค้าจากช่องทางอินเตอร์เน็ตผ่านบริการระบบการชำระเงินออนไลน์ ในทางการสืบสวนทราบว่าคนร้ายมักทำรายการสั่งซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายี่ห้อดัง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มวัยทำงาน ต่อมาตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.ลงพื้นที่ตรวจสอบพบร้านค้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแห่งหนึ่ง เมื่อตรวจสอบข้อมูลการสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องพบลูกค้ารายหนึ่งมีความผิดปกติเนื่องจากมีการทำรายการสั่งซื้อผ่านบัตรเครดิตจำนวนหลายใบและสั่งซื้อสินค้าประเภทสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และจักรยานไฟฟ้า จำนวนหลายรายการ รวมมูลค่าสินค้าประมาณ 800,000 บาท และข้อมูลบัตรเครดิตที่ทำการสั่งซื้อสินค้านั้นตรงกับข้อมูลที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. สืบสวนมาหลังจากทำรายการสั่งซื้อแต่ละรายการสำเร็จแล้วจะมีชายชาวอินเดียมารับสินค้าที่ร้านโดยเป็นคนเดิมตลอด

พ.ต.อ.ภาดลกล่าวว่า ต่อมา พ.ต.ท.กริช วรทัต พ.ต.ท.ภูวเดช จุลกะเสวี รอง ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.จรัส แก้วสง่า พ.ต.ต.สมชาย เรืองแก้ว สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมกำลังร่วมกันวางแผนกับร้านค้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าซึ่งได้ให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี เพื่อจับกุมชายชาวอินเดียคนดังกล่าว โดยออกอุบายนัดหมายให้มารับสินค้าที่สั่งซื้อไว้พร้อมของแถมที่ร้านค้า ต่อมานายนิริช ซูเรส คารีก้า หรือนิก อายุ 36 ปี สัญชาติอินเดีย มารับสินค้าตามนัด ตำรวจจึงเข้าจับกุมพร้อมยึดของกลางรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับผู้ใหญ่ 11 คัน รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับเด็ก 2 คัน ต่อมาตรวจค้นที่สถานที่พักนายนิริช ซูเรส คารีก้านิก พบสินค้ารายการอื่นๆประกอบด้วย รถยนต์โกคาร์ทไฟฟ้า 3 คัน, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับผู้ใหญ่ 6 คัน และจักรยานไฟฟ้าจำนวน 1 คัน ซึ่งตรงกับรายการที่ทำการสั่งซื้อกับร้านค้า จึงร่วมกันจับกุมในความผิดฐาน “ร่วมกันใช้บัตรอีเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน” และควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งนอกจากตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. จะดำเนินการสืบสวนติดตามกลุ่มคนร้ายในขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.อ.ภาดลกล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนว่าพฤติการณ์ดังกล่าว เป็นภัยทางเศรษฐกิจอีกรูปแบบหนึ่ง คนร้ายสามารถนำข้อมูลบัตรอีเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นไปใช้และก่อให้เกิดความเสียหายได้ จึงฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่า ควรเก็บรักษาข้อมูลสำคัญของบัตรเครดิต/เดบิต ได้แก่ หมายเลขหน้าบัตร , รหัสหลังบัตร (CVV), รหัส OTP ให้เป็นความลับไม่เปิดเผยให้ผู้อื่น และเลือกร้านค้า/เว็บไซต์ซื้อสินค้า ที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการลักลอบนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้จนเกิดความเสียหายในอนาคต

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รง.ปลากระป๋อง ปัตตานี พบติดโควิดนับร้อย กักตัวพนักงาน 500 คน ครอบครัวโอดเดือดร้อน
บทความถัดไป‘ซีพีออลล์’ เปิดตัว ‘SME Shelf’ ในร้าน7-11 เพิ่มโอกาส SME สร้างรายได้ฝ่าโควิด