พปชร. ไปต่อ บิ๊กตู่ ครบวาระ โหมโรง เลือกตั้ง

พปชร. ไปต่อ บิ๊กตู่ ครบวาระ โหมโรง เลือกตั้ง

พรรคพลังประชารัฐจัดทัพเสร็จแล้วเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน

การประชุมใหญ่พรรค ณ จังหวัดขอนแก่น มีวาระการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารหลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคลาออก

ลาออกเพื่อล้างไพ่และจัดทัพใหม่

ผลการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พล.อ.ประวิตร ยังคงเป็นหัวหน้าพรรค

เลขาธิการพรรคเปลี่ยนแปลงจาก นายอนุชา นาคาศัย กลุ่มสามมิตร ไปเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สายตรง พล.อ.ประวิตร

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค

ส่วนกรรมการบริหารชุดใหม่ 22 คน ประกอบด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อนุชา นาคาศัย นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ นายสุพล ฟองงาม นายนิโรธ สุนทรเลขา นายไผ่ ลิกค์

นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นางประภาพร อัศวเหม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายสุชาติ ชมกลิ่น นายยงยุทธ สุวรรณบุตร นายสุชาติ อุสาหะ นายรงค์ บุญสวยขวัญ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายสมเกียรติ วอนเพียร

สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส ได้ผงาดขึ้นมาหลังจากโชว์ผลงานเลือกตั้งซ่อมที่เพิ่มเก้าอี้ ส.ส.ให้พรรคพลังประชารัฐได้อย่างต่อเนื่อง

การปรับทัพครั้งนี้ สาย พล.อ.ประวิตร เข้ามาช่วย พล.อ.ประวิตร ทำงานเต็มที่

พล.อ.ประวิตร คือพี่ใหญ่ใน 3 ป. การจัดทัพครั้งนี้เป็นการยึดครองพรรคก่อนวาระของรัฐบาลจะหมดลงในปี 2566

เป็นสัญญาณเด่นชัดว่า พรรคพลังประชารัฐ โดยการนำของ พล.อ.ประวิตร จะไปต่อบนเส้นทางการเมือง

ตั้งใจจะชนะเลือกตั้งทั่วไปเหมือนการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พปชร.พร้อมไปต่อ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในรัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน คนที่เสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินหน้าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามของพรรค

ร่างของพรรคพลังประชารัฐมีจุดเด่นตรงที่ “ไม่แตะต้องอำนาจ ส.ว.”

แต่แก้ไขการเลือกตั้ง เสนอให้ใช้บัตร 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต และบัตรเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เปลี่ยนแปลงสัดส่วนระหว่าง ส.ส.เขต กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

จากปัจจุบัน ส.ส.เขต 350 ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 เปลี่ยนเป็น ส.ส.เขต 400 ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100

เป็นระบบการเลือกตั้งแบบเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 2540

จุดเด่นของการเลือกตั้งด้วยบัตร 2 ใบ ตามสูตรของพรรคพลังประชารัฐคือ พรรคใหญ่ได้เปรียบพรรคขนาดกลางขนาดเล็ก

การเลือกตั้งคราวหน้า พรรคพลังประชารัฐก็คือพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง

ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประกาศต่อหน้าสมาชิกวุฒิสภาในวาระผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อเคลียร์ข่าวเรื่องการยุบสภา

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าจะอยู่ครบวาระ แม้ว่าจะมีใครคนใดกลุ่มไหนที่กดดันขับไล่ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยืนยันว่า “ยิ่งไล่ก็ยิ่งสู้”

“ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ แต่ผมตั้งเกียรติเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่นมอบให้ หากผมทำดี ควรให้เกียรติ หากไม่ดี ก็ไม่ให้เกียรติ หากเลือกตั้งในอนาคต ผมยืนยันอยู่จนครบ จะได้เลิกพูดสักที วันหน้าหากเลือกตั้ง ก็เลือกให้ดี”

และ

“ผมเชื่อมั่นในวุฒิภาวะ ภายใต้ความเข้าใจ ผมจำเป็นต้องแก้ปัญหาทุกเรื่อง นำไปสู่การแก้ปัญหาที่พะรุงพะรัง รวมถึงการฟ้องร้องคดีที่ผ่านมา และมีอีกร้อยคดีที่ฟ้องร้อง ผมพร้อมสู้ ที่ผ่านมาผมไม่เคยนึกถึงตัวเอง หัวผมทำงานทุกวัน ฝันก็ยังเป็นงาน ไม่เคยฝันเป็นอย่างอื่น อยากจะฝันก็ไม่ได้ และยิ่งไล่ ผมยิ่งสู้”

พล.อ.ประยุทธ์ มิได้แสดงออกแค่คำพูด แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกลับไปเร่งผลงานการบริหารในทันที

เร่งการบริหารด้วยการประกาศแก้ปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือน ขีดเส้นให้เห็นผลภายใน 6 เดือน

เร่งแก้ไขปัญหาการระบาดโควิด-19 ขีดเส้นฉีดให้คนไทยเข็มแรก 50 ล้านคน ภายในต้นตุลาคมนี้

เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วยการเปิดประเทศ ขีดเส้นเปิดประเทศทั้งประเทศภายใน 120 วัน

ดีเดย์นำร่องด้วยโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” วันที่ 1 กรกฎาคม ที่จังหวัดภูเก็ต

นอกจากนี้ ยังพยายามหาช่องทางผ่อนปรนความเข้ม

เปิดทางให้คนไทยทำมาหากินได้มากขึ้น

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ล้วนแล้วแต่บ่งบอกถึงการเตรียมพร้อม

นอกจากความเคลื่อนไหวดังกล่าวแล้ว ยังมีความเคลื่อนไหวของนักการเมืองที่คึกคักมากขึ้นเป็นลำดับ

คึกคักกับพรรคการเมืองใหม่อย่าง พรรคไทยสร้างไทย ที่มี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานพรรค

คึกคักกับ พรรคกล้า ที่มี นายกรณ์ จาติกวณิช เป็นหัวหน้าพรรค

คึกคักกับข่าวพรรคการเมืองใหม่ที่ปลัดฉิ่ง นายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นตัวละครสำคัญ

นอกจากนี้ ยังปรากฏความเคลื่อนไหวของ ส.ส. ที่วางแผนย้ายสังกัด

ทั้ง ส.ส.ที่แตกจากพรรคพลังประชารัฐ แตกจาก พรรคเพื่อไทย แตกจาก พรรคก้าวไกล

ทุกความเคลื่อนไหวล้วนชี้ให้เห็นปรากฏการณ์โหมโรง

โหมโรงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปจะมาถึง

แม้ไม่ถึงในปีนี้ก็อาจจะถึงในปีหน้า

แม้ไม่ถึงในปีหน้าก็ต้องเลือกตั้งกันในปี 2566 อยู่ดี

ณ วันนี้คือบทโหมโรง เตรียมพร้อมออกแสดงจริงได้ทันทีเมื่อเวลานั้นมาถึง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดตัวหนังสือคุณภาพ ‘กัปตันเฮนโด้’ ที่บรรดาสาวก ‘หงส์แดง’ พลาดไม่ได้
บทความถัดไปจีนผุดเมนูสุดแปลก! ทุเรียนย่างอบชีส โรยน้ำตาล-ข้าวโอ๊ต-ซีเรียล