ค้าต่างประเทศ กางยอดส่งออกไทยใช้สิทธิเอฟทีเอและจีเอสพี 4 เดือน ขยายเกือย22%

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ในช่วง 4 เดือนแรก2564 มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 24,286.76 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิ 74.17% แบ่งเป็นมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) 23,082.45 ล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) 1,204.31 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยภาพรวมการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ในช่วง 4 เดือนแรก2564 ขยายตัว 21.44%

ทั้งนี้ การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงทางการค้าเสรี (FTA) 4 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่า 23,082.45 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.37% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ 74.91% โดยตลาดที่ไทยส่งออกโดยมีมูลค่าการใช้สิทธิ ภายใต้ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. อาเซียน มูลค่า 8,125.67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 2. จีน มูลค่า 7,110.54 ล้านเหรียญสหรัฐ 3. ออสเตรเลีย มูลค่า 2,836.27 ล้านเหรียญสหรัฐ 4. ญี่ปุ่น มูลค่า 2,139.21 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 5. อินเดีย มูลค่า 1,582.95 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับกรอบความตกลงการค้าเสรีที่มีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ไทย-เปรู 100% 2.ไทย-ชิลี 90.22% 3. อาเซียน-จีน 89.49% 4.ไทย-ญี่ปุ่น 75.36% 5. อาเซียน-เกาหลี 70.41%

นายกีรติ กล่าวว่า การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP ทั้ง 4 ระบบ สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช และนอร์เวย์ ในเดือนมกราคม – เมษายน 2564 มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 1,204.31 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 22.85% และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ62.30% ตลาดส่งออกที่ไทยมีมูลค่าการใช้สิทธิมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา 1,062.97 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 29.98% และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ64.27% อันดับสองคือ สวิตเซอร์แลนด์ 88.97 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 12.47% และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 42.82% อันดับสามคือ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช 47.12 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.79% และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 74.47% และนอร์เวย์ 5.25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 5.23% และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 64.42% สำหรับสินค้าส่งออกที่มีการใช้สิทธิ สูง อาทิ ถุงมือยาง ส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ พืช/ผลไม้ปรุงแต่ง สับปะรดกระป๋อง ของผสมของสารที่มีกลิ่นหอมชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารหรือเครื่องดื่ม ข้าวโพดหวาน

ภาพรวมการใช้สิทธิ 4 เดือนแรกปี 2564 พบว่า หลายตลาดกลับมาฟื้นตัวหลังจากหดตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ได้แก่ อาเซียน เพิ่มขึ้น17.09% เกาหลีเพิ่มขึ้น 17.60% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น16.56% ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น33.76% และนิวซีแลนด์ เพิ่มขึ้น 13.42% นอกจากนี้ การส่งออกไปบางตลาดสำคัญยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสี่เดือนติดต่อกัน อาทิ อาเซียน-จีน เพิ่มขึ้น 25.07% และอาเซียน-อินเดีย เพิ่มขึ้น 18.81% ซึ่งการขยายตัวเหล่านี้เกิดจากทั้งเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว และมาตรการหลายๆ มาตรการ ในการผลักดันการส่งออก เช่น การประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการใช้สิทธิพิเศษทางการค้าทั้งภายใต้ FTA และ GSP การเพิ่มช่องทางการตลาด การอำนวยความสะดวกในการออกเอกสาร

สำหรับสินค้าที่มีการใช้สิทธิฯ ขยายตัว และมีมูลค่าการใช้สิทธิสูง ภายใต้ FTA อาทิ ทุเรียนสด (อาเซียน-จีน) มันสำปะหลัง (อาเซียน-จีน) สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง (อาเซียน-จีน) รถยนต์ขนส่งของที่มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุก ไม่เกิน 5 ตัน (อาเซียน, อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เครื่องปรับอากาศ (อาเซียน, อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) ผลไม้สด (อาเซียน) แผ่นไม้อัด พาร์ติเคิลบอร์ด (อาเซียน-เกาหลี) เครื่องซักผ้า (อาเซียน-เกาหลี, ไทย-ชิลี) กุ้ง (อาเซียน-เกาหลี, อาเซียน-ญี่ปุ่น) รถยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบ 1,000-1,500 ลบ.ซม. (ไทย-ชิลี) ถุงมือ (ไทย-ชิลี) เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณทำด้วยเงิน (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) ลวดทองแดง (อาเซียน-อินเดีย) ส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ (อาเซียน-อินเดีย) พรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ ทำด้วยวัตถุทอประดิษฐ์ (อาเซียน-ญี่ปุ่น) เครื่องแต่งกายของสตรีหรือเด็กหญิงถักแบบนิตหรือแบบโครเชต์ (อาเซียน-ญี่ปุ่น) ถุงมือใช้ทางศัลยกรรม (ไทย-เปรู) ด้ายทำด้วยเส้นใยสังเคราะห์ (ไทย-เปรู) เป็นต้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม เผย 4 ราศี เปล่งปลั่งมีออร่า มีเกณฑ์ถูกหวย รวยเบอร์
บทความถัดไปอิสราเอลกลับมาใส่แมสก์อีกรอบ หลังพันธุ์เดลต้าระบาด