ห่วงลูกในครรภ์! สาวท้อง 8 เดือน ติดโควิดจากผู้ป่วยเตียงข้างๆ พบปกปิดข้อมูล

ห่วงลูกในครรภ์! สาวท้อง 8 เดือน ติดโควิดจากผู้ป่วยเตียงข้างๆ พบปกปิดข้อมูล

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน  โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพสาววัย 28 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง ที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือน ถ่ายคลิประบายความในใจ หลังเข้ามานอนรักษาตัวด้วยโรคเบาหวาน อยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง

โดยในคลิปเป็นการระบายความในใจ ขณะต้องมานอนพักรักษาตัว ซึ่งมีผู้ป่วยเตียงที่อยู่ติดกันปกปิดข้อมูล ทำให้ตนที่กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือน ต้องติดโควิด 19 ตามไปด้วย ทั้งที่ไม่ได้เดินทางไปไหน นอกจากนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา

ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ได้โพสต์ผ่านสื่อออนไลน์ระบายความในใจ ขอร้องให้ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา อย่าปิดบังข้อมูลในการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง เพราะถ้าตรวจพบติดโควิด จะทำให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ ญาติและผู้ป่วยกว่า 50 ราย ต้องได้รับความเดือดร้อน ถูกกักตัวและต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ขอให้มีจิตสำนึกและรับผิดชอบต่อสังคม

น.ส. เอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี สาวท้องที่ติดโควิด เปิดเผยว่า ตนตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน และเข้ามานอนรักษาตัวด้วยโรคเบาหวาน เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยในวันที่ 15 มิ.ย. มีคนไข้ติดโควิด ซึ่งปกปิดข้อมูลเข้ามาทำการรักษา โดยนอนอยู่เตียงข้างๆ และได้ตรวจหาเชื้อรอบแรกในวันที่ 15 มิ.ย. แต่ผลเป็นลบ จากนั้นตนได้ตรวจหาเชื้อรอบที่ 2 ในวันที่ 25 มิ.ย. ซึ่งครั้งนี้พบติดเชื้อโควิด โดยตนไม่ได้เดินทางไปไหนเลย นอกจากนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ตนรู้สึกว่ามานอนรักษาตัว แต่ทำไมต้องมาติดโควิด รู้สึกห่วงลูกในท้อง เพราะท้องได้ 8 เดือนแล้ว

“ตอนนี้รู้สึกลำบากมาก แถมยังมีภาวะแท้งตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน จึงต้องใช้ความระมัดระวัง เวลาเดินไปเข้าห้องน้ำไกลๆ จะรู้สึกเจ็บมาก อยากฝากบอกถึงผู้ป่วยที่ปกปิดประวัติว่าเวลามาทำการรักษาอย่าปกปิดประวัติเลย เพราะจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน หากเป็นก็มีทางรักษาจนหายขาด ถ้าเห็นแก่ตัวก็จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนกันไปหมด”

ด้านนายบี (นามสมมติ) สามีของสาวท้อง เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลไม่น่าที่จะให้ผู้ป่วยที่มีไข้ไปนอนในห้องพักรวม และควรตรวจให้ละเอียดมากกว่านี้ ตนรู้สึกว่าระยะห่างของเตียงน่าจะมีระยะห่างมากกว่านี้ และอยากฝากบอกผู้ป่วยที่เข้ามาทำการรักษา อย่าปกปิดไทม์ไลน์ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

นพ.ศรีศักดิ์ ตั้งจิตธรรม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ในด้านการรักษาพยาบาลเป็นไปตามหลักประกันสุขภาพของผู้ป่วย ส่วนทางด้านการักษาพยาบาลต่างๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ในด้านการเยียวยาทางสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง จะพิจารณาว่าจะมีทางไหนที่จะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้บ้าง ในการเจ็บป่วยต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ไม่ประสงค์ให้เกิดขึ้นในการรักษาพยาบาล อาจจะใช้สิทธิในการใช้หลักประกันสุขภาพมาตรา 41 ในการช่วยเหลือเบื้องต้น ส่วนมาตรการป้องกันจะต้องให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลออกมาชี้แจง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต PUBG คว้าแชมป์การแข่งขันซีรี่ย์ระดับโลก 2 สมัยติด
บทความถัดไปอว.เผยทั่วโลกฉีดวัคซีน 2,859 ล้านโดส-ไทยฉีด 8.9 ล้านโดส ภูเก็ต ฉีดเข็มแรกกว่า 64%