“ในหลวง”โปรดเกล้าฯ องคมนตรีเชิญสัญญาบัตร-พัดยศ-ผ้าไตรถวายหลวงปู่แสง

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร-พัดยศ-ผ้าไตร ถวายแด่พระราชมงคลวัชโรดม (หลวงปู่แสง) วัดโพธิ์ชัย อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม

วันที่ 4 กรกฎาคม 2564 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และ ผ้าไตร ถวายแด่ พระราชมงคลวัชโรดม(หลวงปู่แสง จันทวังโส) ณ วัดโพธิ์ชัย บ้านโพนตูม หมู่ 4 ต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม โดยมี นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, นายทวีศักดิ์ ชัยธันยาภัทร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม ,พล.ต. สามารถ จินตสมิทธิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 พล.ต.ต. ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดนครพนมให้การต้อนรับ

โดย พระราชมงคลวัชโรดม (แสง จันทวังโส) เป็นพระสุปฏิปันโนที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ไม่ยอมประพฤติล่วงพระบัญญัติ แม้ในสิ่งที่ผู้อื่นโดยมากเห็นว่าเล็กน้อย เป็นผู้สำรวมในศีลให้บริสุทธิ์ไม่บกพร่องด่างพร้อยแต่ประการใด จึงไม่มักง่ายในความเป็นอยู่ จึงเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน อันเปี่ยมด้วยคุณธรรมและเมตตา ทั้งนี้ ท่านอุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีอายุ 101 ปี 80 พรรษา มีนามเดิมว่า นายแสงวงศ์ วงษ์ตาผา เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2463 วันแรม 6 ค่ำ เดือน 4 ปีมะแม ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6

บิดาชื่อนายบุญจันทร์ มารดาชื่อนางสิงห์ เป็นชาวบ้านโพนตูม ต.ก้านเหลือง อ.นาแก โดยท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่ออายุ 19 ปี ด้วยการบรรพชาเป็นสามเณรหน้าไฟ เพื่ออุทิศส่วนกุศลและส่งดวงวิญญาณให้กับคุณตาที่ล่วงลับ ณ วัดศรีสำราญจิต บ้านดอนโทน หมู่ที่ 5 ต.ก้านเหลือง มีพระครูนาครธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดศรีสำราญจิตเป็นพระอุปัชฌาย์ และเมื่อเสร็จพิธีอุทิศส่วนกุศลและส่งดวงวิญญาณแล้ว เจ้าอาวาสไม่ยอมให้ลาสิกขา และพาเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น จังหวัดขอนแก่น,ร้อยเอ็ด จนถึงจังหวัดอุบลราชธานี และได้เข้าจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านแก้ง อ.เขมราฐเรื่อยมา

กระทั่งวันที่ 3 ตุลาคม 2482 ท่านอายุ 22 ปี ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีพระครูบริหารเกษมรัฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอุยเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระดมเป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยหลังอุปสมบทได้มุ่งมั่นเล่าเรียนด้วยปฏิภาณไหวพริบที่ดีเลิศจนสำเร็จการศึกษาแผนกธรรม นักธรรมชั้นตรี–โท–เอก ตามลำดับ ทั้งยังได้เล่าเรียนอักขระเลขยันต์และวิทยาคมต่าง ๆ จนเชี่ยวชาญ โดยท่านเป็นพระภิกษุผู้ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย คอยเทศนาธรรมโวหารโปรดญาติโยมและชาวบ้านในละแวกนั้

ต่อมาญาติโดยมได้นิมนต์ท่านกลับบ้านเกิด เพื่อมาจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านโพนตูม หมู่ 4 ต.ก้านเหลือง และด้วยท่านเป็นพระที่มีความสมถะ ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ มีความรู้ลึกซึ้งแตกฉาน ในช่วงนั้นแถบเทือกเขาภูพานมีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ชุกชุม ท่านได้นำสมุนไพรที่อยู่ในป่าลึกภูดงน้อย ซึ่งมีอยู่จำนวนมากในแถบนั้น มาช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับชาวบ้านจนหายป่วย ภายหลังการสู้รบสงบลง จึงมีชาวบ้านและลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก แวะเวียนมากราบไหว้และทำบุญไม่ขาดสาย

และด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและดูแลการเจ็บป่วยของชาวบ้าน จึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร นามพระครูอุดมรังสี และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย รวมทั้งเป็นเจ้าคณะตำบลก้านเหลือง

แม้ว่า พระราชมงคลวัชโรดม (หลวงปู่แสง) ปัจจุบันจะมีอายุ 101 ปีแล้ว แต่สายตาท่านยังดี หูได้ยิน 1 ข้าง ชอบการสนทนา พูดคุยสนุกสนานติดตลก ไม่ถือเนื้อถือตัว ชอบฉันเนื้อปลา นม มะละกอ กล้วยน้ำว้าและมะขามหวาน โดยท่านยังคงรับกิจนิมนต์เป็นปกติ และยังคงมีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยและวัตรปฏิบัติเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

โดยก่อนหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พล.ต.อ.เอก ธรรมนิธิ วนิชย์ถนอม รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายที่ประทับ เชิญรถไฟฟ้าพระราชทานมาถวายแด่ พระราชมงคลวัชโรดม (หลวงปู่แสง) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สิงโตคำราม’ ยังคงเป็นเต็ง 1 ชิงแชมป์ยุโรปหนนี้ ‘เคน’ ขึ้นเต็ง 3 ลุ้นดาวยิง
บทความถัดไปชิชิ (Shichi Japanese Restaurant) เทปปันยากิชั้นดีมีระดับ