เดอะมอลล์ กาง 3 แนวทางคุมคุณภาพสินค้า Non-food ช่วงล็อกดาวน์

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงการใช้มาตรการยกระดับมาตรการคบคุมโควิดระบาด 14 วันของรัฐบาล และต้องปิดบริการและจำหน่ายสินค้าไม่ใช่อาหารในห้าง เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพสินค้า ห้างได้เร่งดำเนินการ 3 ส่วน คือ 1.ประสานให้ซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้าให้รับสินค้าเพื่อนำไปจัดเก็บในสต็อกของบริษัท เช่น เสื้อผ้า รองเท้า 2. ห้างก็นำสินค้าบางส่วนเก็บในสต็อกที่ต้องมีอุณภูมิดูแล เช่น เครื่องสำอาง 3. ติดตั้งระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์ที่ใช้แสงยูวีเพื่อการฆ่าเชื้อโรค เตรียมพร้อมการเปิดให้บริการหลังมาตรการรัฐสิ้นสุดลง จึงขอยืนยันเรื่องคุณภาพสินค้าที่วางขายในห้างจะได้รับการดูแลและปลอดเชื้อ

“สำหรับพื้นที่ที่ยังอนุญาตให้เปิดบริการ เช่น จำหน่ายอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ก็จัดระบบและควบคุมตามมาตรการ ซึ่งช่วง 2-3 วันก่อนรัฐใช้มาตรการ 14 วันเริ่ม 12 กรกฎาคมนั้น พบว่ามีประชาชนเข้าซื้อสินค้าอาหารเพิ่มจากวันปกติ 20-30% ถือว่าไม่ได้สูงหรือเป็นภาพที่ตื่นตัวเหมือนครั้งใช้มาตรการล็อกดาวน์ก่อนหน้านี้ อาจเพราะประชาชนรับตัวได้ หลายพื้นที่ยังมีเปิดร้านค้าร้านอาหาร และห้างก็เพิ่มบริการสั่งทางออนไลน์และจัดส่งถึงที่พัก ทำให้ประชาชนปรับพฤติกรรมมากขึ้น เราใช้ประสบการณ์เมื่อครั้งล็อกดาวน์แรกๆ จึงรู้ว่าควรมีขั้นตอนในการดูแลสินค้าอย่างไม่ได้เกิดความเสียหาย เกิดราหรือเชื้อกับสินค้า ช่วงปิดให้บริการ” นางสาววรลักษณ์

นางสาววรลักษณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องข้อเรียกร้องลดค่าเช่าพื้นที่นั้น ทางผู้บริหารก็อยู่ระหว่างหาแนวทางช่วยเหลือผู้ค้ากับห้างต่อไป ” นางสาววรลักษณ์

ผู้สื่อข่าวรายงาน ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ค้าปลีกในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ยังเปิดให้บริการช่วงเวลา 11:00-20:00 น. โดยเปิดให้บริการธุรกิจตามภาครัฐกำหนด อาทิ ร้านอาหารที่ซื้อกลับบ้าน สินค้าอุปโภคบริโภค ธนาคาร ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา เครื่องมือช่างและอุปกรณ์การก่อสร้าง ไปรษณีย์ และพัสดุภัณฑ์ บริการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ปลื้มจิตร์’ ต่อสัญญากับ ‘สุพรีม’ อีก 2 ปี พร้อมพาทีมลุยศึกสโมสรเอเชีย
บทความถัดไปตัน ภาสกรนที ลงพื้นที่ปรับปรุงอาคาร สร้างศูนย์พักคอย คาดเสร็จสิ้นเดือนนี้