จุรินทร์ สั่งลุยต่อทำตลาดออนไลน์ปั๊มรายได้ หลังครึ่งปีแรกทำเงินกว่า 14,679 ล้าน

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม  นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้รายงานผลการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและผลักดันการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรก 2564 ทางช่องทางออนไลน์ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ทำรายได้เข้าประเทศจากกิจกรรมที่ดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์กว่า 14,679.19 ล้านบาท ซึ่งนายจุรินทร์ได้ชื่นชมผลการทำงาน และได้เร่งรัดให้ดำเนินการต่อในช่วงครึ่งปีหลังอย่างเข้มข้น ตามนโยบายที่ให้ไว้เพื่อทำรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น

สำหรับรายละเอียดผลการดำเนินการ ได้มีการจัดงานแสดงสินค้าในรูปแบบ Mirror-Mirror ที่ผู้ประกอบการไม่ต้องเดินทางไปร่วมงานแสดงสินค้าแค่ส่งตัวอย่างสินค้าไปจัดแสดง หรือมอบหมายตัวแทนจำหน่ายเข้าร่วมงานแทน และจัดระบบเจรจาการค้าผ่านออนไลน์ จัดไปแล้ว 3 งาน ได้แก่ งาน Tokyo International Gift Show (สินค้าไลฟ์สไตล์ ของขวัญของชำร่วย ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ สินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง) งาน Gulfood นครดูไบ UAE (สินค้าฮาลาล) และงาน Foodex Japan เมืองชิบะ (สินค้าอาหาร) และยังได้ใช้รูปแบบเดียวกันนี้จัดงานแสดงสินค้าไทย Top Thai Brands 2 ครั้ง ที่กรุงฮานอย และนครโฮจิมินห์ มีผู้ประกอบการเข้าไทยเข้าร่วมรวม 213 ราย มีมูลค่าสั่งซื้อทันที 41.74 ล้านบาท มูลค่าคาดการณ์สั่งซื้อภายใน 1 ปี 602.52 ล้านบาท

ส่วนการจัดงานแสดงสินค้าในรูปแบบเสมือนจริง จัดไปแล้ว 3 งานได้แก่ THAIFEX Virtual Trade Show โดยจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com วันที่ 25-29 ..2564 มียอดสั่งซื้อทันที มูลค่ารวม 2,845,100 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 85 ล้านบาท และคาดการณ์สั่งซื้อภายใน 1 ปี 22,515,133 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 675 ล้านบาท และมีกำหนดจัดงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX ANUGA Asia ในรูปแบบไฮบริดอีกในวันที่ 29 ..-3 ..2564 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี คาดว่าจะทำรายได้เช่นเดียวกัน , งาน BGJF Virtual Trade Fair วันที่ 22-24 มิ..2564 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเป็นงานที่จัดต่อเนื่องมาถึง 65 ครั้ง โดยในปีนี้ เป็นปีที่ 2 ที่จัดงานในรูปแบบเสมือนจริง บนแพลตฟอร์ม www.bgjf-vtf.com มีมูลค่าการสั่งซื้อ576 ล้านบาท และงานแสดงสินค้า Multimedia Online Virtual Exhibition หรือ MOVE 2021 ซึ่งเป็นกิจกรรมการส่งออกด้านมัลติมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ แอนิเมชัน หรือว่าดิจิทัลคอนเทนต์ มีการลงนามซื้อขาย 1,586 ล้านบาท

ทางด้านกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์ ในช่วง 6 เดือนของปี 2564 จัดไปแล้วรวม 44 ครั้ง ในสินค้าต่าง เช่น อาหาร ผลไม้ สินค้าฮาลาลสินค้าเครื่องมือแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น สร้างยอดขายรวม 8,335.43 ล้านบาท และล่าสุดได้จัดเจรจาธุรกิจคอนเทนต์วายไทย วันที่ 29-30 มิ..2564 มียอดซื้อขายกว่า 360 ล้านบาท

นอกจากนี้ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทยในซุปเปอร์มาเก็ตและห้างสรรพสินค้า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยใช้กลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิด (Influencers/ KOL) ในตลาดเป้าหมาย เพื่อสร้างความต้องการในตัวสินค้าไทยในประเทศนั้นๆ มีมูลค่าการสั่งซื้อทันที 715 ล้านบาท และมูลค่าการสั่งซื้อคาดการณ์ภายใน 1 ปี กว่า 1,411 ล้านบาทนางมัลลิกา กล่าว

ขณะเดียวกัน มีกิจกรรมพิเศษที่เพิ่มเข้ามา เช่น งาน “DITP ยี่ปั๊วออนไลน์ คอนเนคหรือ DITP’s Online Reseller Connect ระหว่างวันที่ 24 -28 ..2564 ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังไม่พร้อมในการขายสินค้าทางออนไลน์ให้มีโอกาสในการก้าวสู่ตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ โดยให้ทูตพาณิชย์เชิญผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีศักยภาพในแต่ละประเทศที่มีความชำนาญในการขายสินค้าออนไลน์มาซื้อสินค้าไทย มีการสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า 290 ล้านบาท โดยสินค้าไทยจะถูกนำไปจำหน่ายในแพลตฟอร์มชั้นนำ เช่น Alibaba.com , Amazon , Tmall Global , Bigbasket และ DidiGlobal โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจสูง ได้แก่ ผลไม้สดและแปรรูป อาหารสำเร็จรูป ของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้ สินค้าเพื่อสุขภาพ สินค้าประดับยนต์ เป็นต้น และยังได้ร่วมกับอีคอมเมิร์ซชั้นนำ เช่น TMall Global (จีน) Big Basket (อินเดีย) Amazon (สหรัฐฯ) จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทยในร้าน TOP Thai ซึ่งทำให้ขายสินค้าไทยได้เพิ่มขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ณวัฒน์’ โพสต์ภาพล่าสุด ใส่เครื่องช่วยหายใจ คนบันเทิง-แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ
บทความถัดไป‘เสรีพิศุทธ์’ เชื่อ ‘บิ๊กตู่’ เป็นนายกฯที่ถูกฟ้องมากที่สุดในโลก ตามแคมเปญ ‘มอบมาตรา 157’ ให้ ‘พล.อ.ประยุทธ์’