‘แรมโบ้’ แจ้งความ ‘หญิงหน่อย’ กรณีเปิดรณรงค์แคมเปญฟ้องรัฐบาล มั่นใจ ยกคดีจตุพรหมิ่นมาร์ค

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก..) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วย นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้าพบ ...เสวก บุญจันทร์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.. และ ...ภิรมย์ เมืองไสย รอง ผกก.1 บก.. เพื่อแจ้งความเอาผิดกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น และ มาตรา 328 หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยนำเอกสารต่างๆ มามอบไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา 

นายเสกสกลกล่าวว่า สาเหตุที่มาแจ้งความในวันนี้เป็นเรื่องที่คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดแคมเปญกล่าวหารัฐบาลเป็นฆาตกร ซึ่งการกระทำดังกล่าวอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท และยังเป็นการปลุกระดมทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน และในเรื่องของการปกครองบ้านเมืองจึงได้มาแจ้งความเอาผิดคุณหญิงสุดารัตน์ 2 มาตรา คือ มาตรา 116 และมาตรา 328

ทั้งนี้พรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคที่สร้างขึ้นมาใหม่ แต่คุณหญิงสุดารัตน์กลับไม่เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แต่เล่นการเมืองบิดเบือนใส่ร้าย ในขณะที่สถานการณ์โควิดเข้าขั้นวิกฤตกับคนทั้งโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย และขณะเดียวกัน พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม รวมถึงรัฐบาลได้พยายามแก้วิกฤตนี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งโควิดเป็นเรื่องของอุบัติภัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นรัฐบาลเองก็ไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสีย รัฐบาลหรือใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้สร้างไวรัสขึ้นมา กรณีดังกล่าวที่คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวหารัฐบาลไม่ต่างจากกรณีของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่หมิ่นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีว่าเป็นรัฐมนตรีฆาตกร ที่ศาลฎีกาตัดสินคดีจำคุกโดยไม่รอลงอาญา

นายเสกสกลกล่าวว่า การกล่าวหาในลักษณะเช่นนี้ และหลายเรื่องที่เป็นการหมิ่นประมาท

และได้ยกตัวอย่างวิกฤตโรคไข้หวัดนก เมื่อปี 2546 และ ปี 2549 โดยได้นำบทบทกวีของ กมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนกวีที่ได้รับรางวัลซีไรต์ใจความสรุปว่า หากการตายของประชาชนในโรคระบาดครั้งนี้เป็นความผิดของรัฐบาล หรือ พล..ประยุทธ์ ถึงขั้นต้องตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ย้อนกลับไปเมื่อปี .. 2546 ถึงปี 2549 แม้ผลแล็[จะออกมาแล้วว่า เชื้อของไข้หวัดนกระบาด แต่นายกฯ และคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข กลับปิดข่าวเงียบ ผลคือสร้างเชื้อโรคระบาดไปทั่วประเทศ สร้างความเสียหายอย่างย่อยยับ  ไก่ไข่ถูกฆ่า 10 ล้านตัว ไก่เนื้อฆ่า 30 ล้านตัว และมีคนตาย 16 คน องค์การอนามัยโลกออกมาโวย ชาวโลกก่นประณามการปกปิดข้อมูล และเมื่อมีคนตายคุณหญิงสุดารัตน์และนายกฯ ในขณะนั้นเป็นฆาตกรหรือไม่

นายเสกสกลกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้รัฐบาลพยามออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ แต่มาออกแคมเปญกล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลฆาตกรได้อย่างไร เพราะฉะนั้นอย่ากระเหี้ยนกระหือรือในอำนาจมากเกินไป มาหากินกับศพและตั้งข้อหาแบบอันธพาลเอาเอง ซึ่งไม่ใช่วิสัยของคน โดยเฉพาะคนที่กระหายอยากจะเป็นผู้นำประเทศอยากจะเป็นรัฐบาล การเล่นเมืองแบบนี้ แม้จะสร้างพรรคก็เสียภาพพจน์แล้ว เรื่องนี้ตนไม่ยอม และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จะดำเนินการให้เห็นว่าสิ่งที่พรรคไทยสร้างไทยได้กล่าวหารัฐบาลเป็นฆาตกรนั้นจะได้พิสูจน์กัน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงว่าในสมัยยุครัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตรทำไมไม่มีใครไปแจ้งความดำเนินคดี รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลและเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขด้วย สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นการเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น โดยไม่ร่วมมือช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มาในนามส่วนตัวหรือในนามรัฐบาล นายเสกสกลกล่าวว่า วันนี้มาในนามส่วนตัวก่อน ตนกินเงินเดือนภาษีอากรประชาชน และเป็นผู้ช่วยประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดังนั้นแล้วเรื่องนี้ตนตัดสินใจเองได้ เรื่องนี้ทำในฐานะรัฐบาลแต่ไม่ใช่ตัวแทน การกล่าวหาเช่นนี้ ตนก็เสียหายเช่นกันจึงมาแจ้งความ ส่วนจะมีรัฐมนตรีคนอื่นหรือรัฐบาล ที่มองเห็นว่าเรื่องนี้เป็นความเสียหาย เฉกเช่นเดียวกับตน ก็มีสิทธิที่จะมาร้องทุกข์กล่าวโทษในสิทธิของท่านไป เป็นต่างกรรมต่างวาระ

เมื่อถามว่า การเข้าแจ้งความดังกล่าวเป็นเกมการเมืองใช่ไหม นายเสกสกลกล่าวว่า ต้องถามคุณหญิงสุดารัตน์ เพราะสิ่งที่กล่าวหาลักษณะนี้ในสมัยรัฐบาลคุณหญิงก็มีคนตายจากโรคไข้หวัดนกเป็นจำนวนมาก มีใครแจ้งความรัฐบาลสมัยนั้นหรือเล่นเกมการเมืองหรือไม่ แต่พอมารัฐบาลนี้ที่กำลังพยามแก้ปัญหาวิกฤต ซึ่งไม่ใช่ไวรัสที่รัฐบาลสร้างขึ้นมาเอง แล้วจะมาเล่นเกมการเมืองเพื่ออะไร ซึ่งคนที่เล่นเกมการเมืองก็ต้องบอกให้เขาหยุดแคมเปญ หยุดเล่นการเมือง คนที่เล่นเกมการเมืองคือคุณหญิงสุดารัตน์นั่นเอง การที่ตนมาวันนี้เพื่อเป็นการมาปกป้องสิทธิและในฐานะ ผู้เสียหาย ไม่ต้องการเล่นเกมการเมือง แต่ต้องการเห็นการร่วมแรงร่วมใจ ของทุกพรรคการเมือง ทุกนักการเมือง ทุกภาคส่วนมาร่วมมือกัน

เมื่อถามว่า ได้แจ้งให้นายกฯ ทราบก่อนเดินทางมาแจ้งความหรือไม่ นายเสกสกลกล่าวว่า ไม่ได้แจ้ง เพราะเป็นการทำในภาระหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีและเป็นหนึ่งในสมาชิกของรัฐบาลเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้แจ้งความแก้เกี้ยว เพราะรัฐบาลไม่ได้มีมติ และนายกฯก็ไม่ได้สั่งการแต่อย่างใด เป็นการเดินทางมาแจ้งความในนามส่วนตัว รวมทั้งไม่กลัวหากถูกฟ้องกลับ เพราะผ่านคดี ผ่านโรงผ่านศาลมาเยอะ ดังนั้นการฟ้องกลับเป็นสิทธิ การที่ตนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในวันนี้เพื่อพิสูจน์ให้ทราบ ว่าในกระบวนการที่ทำนั้นใครต่างหาก ที่ถูกดำเนินคดี เรามีหนังตัวอย่าง อย่างเคสนายจตุพรพรหมพันธุ์แล้ว ส่วนจะมีการแจ้งความกับบุคคลอื่นอีกหรือไม่ ตอนนี้ก็ต้องดูไปก่อน ซึ่งได้คุยกับฝ่ายกฎหมายว่า นอกจากนี้ยังมีพรรคไหน คนไหนกล่าวหาและใส่ความบิดเบือน รัฐบาลว่าเป็นฆาตกรหรือคนในรัฐบาลหรือกล่าวหานายกฯก็จะดำเนินการทุกกรณี ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ทุกคนที่กระทำผิดกฏหมายเราจะใช้กระบวนการยุติธรรมเข้ามาดำเนินการ

เมื่อถามว่า กรณีที่นายทักษิณจะกลับมา มีความเห็นว่าอย่างไร นายเสกสกลกล่าวว่า นายทักษิณจะกลับมาไม่มีใครห้าม สามารถกลับมาได้ทุกเวลา ส่วน น..ยิ่งลักษณ์ก็สามารถกลับมาได้ทุกเวลาเช่นกัน แต่จะต้องกลับมาเข้าสู่กระบวนการตามกฏหมาย คดีใดที่ศาลตัดสินแล้วก็จะต้องนำเข้าสู่กระบวนการพิพากษา คดีใดที่ศาลยังไม่ตัดสินก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการ และประชาชนยังฝากมาด้วยว่าความเสียหายในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ เรื่องการทุจริต โครงการรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาลของ น..ยิ่งลักษณ์ ค่าเสียหายเหล่านี้ที่รัฐต้องจ่ายค่าชดเชยใครเป็นผู้รับผิดชอบ ช่วยหาเงินส่วนนั้น มาคืนให้กับพี่น้องประชาชนจะได้หรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ราชทัณฑ์เตรียมปรับแผนเข้ม ป้องกันเชื้อโควิด-รับมือการระบาด-ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน
บทความถัดไปกระชายราคาพุ่ง 150 บาท/กก. ตอบรับกระแสต้านโควิด