ชป.ศึกษาความเหมาะสมผลกระทบสิ่งแวดล้อม การแก้ภัยแล้ง-น้ำท่วม จ.ภูเก็ต

กรมชลประทาน เดินหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาอุทกภัย จังหวัดภูเก็ต หวังลดและบรรเทาปัญหาทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมเมืองภูเก็ต ตามนโยบายของรัฐบาล โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) ที่มีพล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อพิจารณาผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม โครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาอุทกภัย จังหวัดภูเก็ต ผ่านระบบวิดิโอ คอนเฟอร์เรนซ์โดยมีนายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ พร้อมด้วยนายเกื้อศักดิ์ ทาทอง ผู้เชี่ยวชาญฯด้านวางแผนฯ กรมชลประทาน ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทที่ปรึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

การประชุมในครั้งนี้ เป็นการร่วมกันพิจารณาผลการศึกษาในด้านการวางโครงการ ประกอบไปด้วย 2 โครงการสำคัญ คือ โครงการสระน้ำแก้มลิงบ้านโคกโตนดพร้อมระบบผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำโดยกำหนดให้แก้มลิงแห่งนี้ เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่จะส่งน้ำไปสนับสนุนระบบประปาและการอุปโภคบริโภคของจังหวัดภูเก็ตในช่วงฤดูฝน และสำรองน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ สำหรับไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง จะทำให้จังหวัดภูเก็ตมีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี อีกโครงการเป็นโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองถลาง เป็นงานขุดลอกปรับปรุงหน้าตัดคลอง ให้เป็นคลองคอนกรีตเสริมเหล็กกำแพงตั้งรูปตัวยู โดยใช้ความกว้างตามสภาพภูมิประเทศเดิม พร้อมปรับปรุงอาคารรับน้ำเข้าคลองและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำด้วยการขุดลอกคลองต่างๆ อาทิ คลองพัง คลองถลาง คลองบางใจ และคลองเสน่ห์โพธิ์ เป็นต้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองถลางและคลองสาขา สามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก

สำหรับการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นนี้ตามแผนจะศึกษาแล้วเสร็จใน เดือนกันยายน 2564 ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าผลการศึกษาและแนวทางการดำเนินการ พร้อมเสนอแนะให้ที่ปรึกษาฯ ไปพิจารณาเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆให้ครอบคลุมสมบูรณ์ในทุกด้าน ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องได้กำหนดไว้ ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำที่เป็นปัญหาสำคัญของจังหวัดภูเก็ต และยังช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากได้อีกด้วย  ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ทั้งหมด จะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวมีเสถียรภาพมากขึ้นอีกด้วย

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โทมัส บารัค คนสนิททรัมป์ถูกจับข้อหาไม่แจ้งเป็นเอเยนต์ต่างชาติ
บทความถัดไปกทม.เข้มมาตรการปิดสถานที่ตามศบค.กำหนด-เพิ่มศักยภาพรักษาผู้ป่วยโควิด