191 แกะรอยจับแก๊งหนอกจอก-บางคล้า ขายอาวุธปืนผ่านเฟซบุ๊ก ‘พอเพียง รักกันสายบุญ’

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ (ผบก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.อัครพล โทยะ พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รอง ผกก.สายตรวจ และ พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ  สืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการค้าอาวุธปืนสงคราม และอาวุธปืนที่ผิดกฎหมาย ตามนโยบาย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น. โดยวิธีซื้อขายออนไลน์ผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก ”พอเพียง รักกันสายบุญ” ที่มีสมาชิกในกลุ่มมากว่า 1 พันคน จากการสืบสวนพบว่าจะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่มีอาวุธปืนสงครามจะชื้อขายกันบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงติดตามกระทั่งจับกุมนายพิภพ ดาวกฤษ อายุ 38 ปี พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนยาว AK47 ขนาดลำกล้อง 7.62 มม. (ไม่มีเลขทะเบียน) จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนสั้น ขนาด .38 Super (เลขทะเบียน กท.175629) จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 18 นัด รถยนต์ ยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น 190E สีดำ หมายเลขทะเบียน ฉษ 5328 กรุงเทพมหานคร และอื่นๆ รวม 7 รายการ โดยกล่าวหาว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร” ทั้งนี้ได้นำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.หนองจอก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.สำราญกล่าวว่า ต่อมาสืบสวนเพิ่มเติมพบว่าในกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนผิดกฎหมายอื่นอีกกระทั่งจับกุมกลุ่มนายธวัชชัย อุดมรักษ์ ซึ่งมี น.ส.วนิดา เชาว์ประสิทธิ์ และ น.ส.นัทรีญา สุขมาก ในการแบ่งหน้าที่และร่วมกันครอบครองอาวุธปืนสงครามเพื่อเตรียมส่งต่อให้กับบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าว โดยจับกุมพร้อมของกลาง อาวุธปืนยาว AK47 ขนาดลำกล้อง 7.62 มม. (ไม่มีเลขทะเบียน) จำนวน 1 กระบอก ซองบรรจุกระสุนปืน ขนาด 7.62 มม. จำนวน 1 ชุด  กระสุนปืน ขนาด 7.62 จำนวน 21 นัด ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักรวม 2.05 กรัม และอื่นๆ รวม 8 รายการ จึงแจ้งข้อหาผู้ถูกจับทั้ง 3 คน ประกอบด้วยนายธวัชชัย อุดมรักษ์ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถ 1.นายธวัชชัย อุดมรักษ์ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) หรือไอซ์ ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย 2.นางสาววนิดา โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) หรือไอซ์ ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” และนางสาวนัทริยา โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางคล้า ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รอง ผวจ.ประจวบฯจี้ขนส่งจังหวัดแถลง ปมถูกแฉสามีลูกจ้างเอี่ยวฉีดวัคซีนโควิดสวมโควต้า
บทความถัดไป‘จักรทิพย์’ ห่วงใยประชาชนรอตรวจเชื้อโควิด มอบข้าวกล่อง-น้ำดื่ม บรรเทาความหิว