TFM ยื่นไฟลิ่ง ก.ล.ต. เสนอขาย IPO จำนวน 109.30 ล้านหุ้น พร้อมเทรด SET

นายพิเชษฐ สิทธิอํานวย กรรมการผู้อํานวยการ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จํากัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ TFM กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทฯได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)

ปัจจุบัน TFM มีทุนจดทะเบียนจำนวน 1,000,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 500 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 2 บาท โดยเป็นทุนชำระแล้วทั้งสิ้นจำนวน 820,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 410 ล้านหุ้น และจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 109.3 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน 90.0 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จำนวน 19.3 ล้านหุ้น รวมทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 21.9 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO

นายพิเชษฐ กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้ขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำในประเทศอินโดนีเซียและปากีสถาน ชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในอนาคต ซึ่งจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

นายบรรลือศักร โสรัจจกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ TFM ว่า บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจในอุตสาหกรรมสัตว์น้ำของคนไทย เป็นบริษัทย่อยและเป็นบริษัทแกนนำ (Flagship) ในการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำของกลุ่มบมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป

นายบรรลึอศักร กล่าวว่า TFM มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมานานกว่า 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดีที่สุด เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการส่งเสริมการเติบโตของลูกค้าเกษตรกรในประเทศไทยและการยกระดับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย ภายใต้ระบบการผลิตที่ทันสมัยในโรงงานผลิตที่จังหวัดสมุทรสาครและสงขลา ด้วยกำลังการผลิตรวมในปัจจุบันทั้งหมดที่ 280,000 ตันต่อ

ทั้งนี้ TFM มีการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์สินค้าหลักของบริษัทฯ ได้แก่ โปรฟีด (PROFEED) นานามิ (NANAMI) อีโก้ฟีด (EGOFEED) แอคควาฟีด (AQUAFEED) และดี-โกรว์ (D-GROW) เป็นต้น แบ่งเป็น 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารกุ้ง มีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 17 ของปริมาณอาหารกุ้งไทย ในปี 2563, ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารปลา (รวมอาหารกบและอาหารปู) มีส่วนแบ่งการตลาดอาหารปลากะพง ประมาณร้อยละ 24 ของปริมาณอาหารปลากระพงไทย ในปี 2563) และผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารสัตว์บก คืออาหารสุกร และอาหารสัตว์ปีก

“นอกจากนี้ ยังขยายธุรกิจไปยังประเทศอุตสาหกรรมสัตว์น้ำมีศักยภาพในการเติบโต เริ่มจากประเทศอินเดีย ขยายไปยังปากีสถานและอินโดนีเซีย คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจและรับรู้รายได้ช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ และภายในสิ้นปีนี้ ตามลำดับ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFM กล่าวและว่า TFM พร้อมก้าวไปอีกขั้นด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“โรม” ร่ายยาว 3 หมอเบื้องหลังรัฐบาลประยุทธ์ ไขปริศนาวัคซีน ไม่ใช่ม้าเต็ง แต่คือ ม้าล็อก
บทความถัดไปหมอทศพรวอนกาชาดคืนวัคซีนโมเดอร์นา 1.1 ล้านโดส ให้คนจองผ่าน รพ.เอกชน