‘โคก หนอง นา โกอินเตอร์’ พช. เยือนค่ายมวยเกียรติภัทรพรรณ หวนคืนถิ่น พลิกวิถีชีวิตสู้โควิด-19

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ภายใต้การอำนวยการของ นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี โดย นายภคิน ศรีวงศ์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ (ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน) พร้อมด้วยนายอัมพร วาภพ ผู้นำอาสาพัฒนาบ้านเกิดระดับจังหวัด และผู้จัดการ หจก.ข้าวโฮยเกลือ สตูดิโอ วิสาหกิจเพื่อสังคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สนับสนุนการดำเนินงานและผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” ณ แปลง นายวสุพล ใจเพียร หรือฉายาในวงการมวยไทย “เด่นดนัย เอกวิทย์” แห่งค่ายมวยเกียรติภัทรพรรณ บ้านนาคำเจริญ หมู่ 8 ตำบลคำไฮใหญ่ อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นางอนุรักษ์ ประทุมชาติ พัฒนาการอำเภอดอนมดแดง และนายธนพร หอมสิน พัฒนากรผู้รับผิดชอบ ร่วมติดตามและสนับสนุนการดำเนินงาน

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการตรวจเยี่ยมและถ่ายทำสื่อประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” ของนายวสุพล ใจเพียร บนพื้นที่ 1 ไร่ แล้ว ยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิถีชีวิตของชาวต่างชาติที่ได้มาร่วมฝึกซ้อมมวยไทย ที่ค่ายมวยเกียรติภัทรพรรณ แห่งนี้ ซึ่งในระหว่างที่ไปตรวจเยี่ยมนั้นได้พบกับนักมวยที่มาฝึกซ้อมจาก 5 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ Scotland, USA, England, Netherlands และ Sweden ซึ่งทั้ง 5 คน ได้มาอาศัยและหลงใหลในมนต์สเน่ห์ของวิถีชีวิตของชาวไทยอีสาน โดยเฉพาะ Mr.Conor นักมวยและครูสอนภาษาอังกฤษ ชาว Scottich ได้เป็นตัวแทนเปิดเผยกับคณะที่มาตรวจเยี่ยมว่า “ตนอาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมาเกือบ 10 ปี แล้ว และมีโอกาสได้เรียนรู้วิชามวยไทย ร่วมกับเพื่อนๆ ที่มาจากหลายประเทศ ซึ่งหลายคนก็มีโอกาสไปแข่งขันชกมวยเวทีใหญ่หลายสังเวียน ทั้งในและต่างประเทศ มาแล้ว เช่น ศึก THIAIFIGHT ที่เมืองพัทยา แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงได้งดการเดินทางและการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อมาฝึกซ้อมที่ค่ายมวยเกียรติภัทรพรรณแห่งนี้ เป็นประจำทุกวัน โดยในช่วงที่ได้ฝึกซ้อมมวยนั้น ก็ได้มีโอกาสเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือที่ Mr.Conor ขนานนามว่า King of Thailand ซึ่งทุกคนในที่นี้ถึงแม้จะเป็นชาวต่างชาติ แต่ก็รักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อผืนแผ่นดินไทยเสมอมาไม่ต่างจากคนไทยทุกคน” จากนั้น นักมวยทั้ง 5 คน จาก 5 ประเทศ ได้ร่วมเรียนรู้หลักกสิกรรมธรรมชาติ ร่วมกับเจ้าของแปลงตัวอย่าง และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน รวมถึงร่วมพัฒนาพื้นที่ “โคก หนอง นา พช.” พื้นที่ 1 ไร่ ด้านหลังค่ายมวยเกียรติภัทรพรรณ เช่น ขนฟางห่มดิน ปลูกต้นไม้ 5 ระดับ ปลูกพืชสมุนไพร การทำปุ๋ยหมัก และการหาปลาเลี้ยงชีพ เป็นต้น

ด้านนายวสุพล ใจเพียร หรือ “เด่นดนัย เอกวิทย์” อีกชื่อที่นักมวยในค่ายนิยมเรียกกันว่า “พี่นัย” ครูมวยและเจ้าของค่ายมวยเกียรติภัทรพรรณ และเจ้าของแปลง “โคก หนอง นา พช.” แห่งนี้ เปิดเผยว่า “ค่ายมวยแห่งนี้ เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2539 โดยในระยะเริ่มแรกนั้น ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองอุบลราชธานี และด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี จึงมีลูกศิษย์ในวงการมวยมากมาย และที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก เช่น อรัญชัย เกียรติภัทรพรรณ เจ้าของแชมป์ WBC สภามวยโลก หรือ สุวิทย์เล็ก เกียรติภัทรพรรณ แชมป์ลุมพินี 3 รุ่น และ ยุทธชัย เกียรติภัทรพรรณ เจ้าของแชมป์ประเทศไทย เวทีอ้อมน้อย เป็นต้น ซึ่งก่อนที่จะมีสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตนต้องเดินทางและไปต่างประเทศบ่อย จึงต้องให้ผู้จัดการคอยดูแลค่ายมวยแทน ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน นางภัทรพรรณ ใจเพียร ภรรยาสาวสวย เป็นผู้จัดการและเป็นที่มาของชื่อค่ายมวยแห่งนี้ด้วย”

“พี่นัย” เปิดเผยว่า “ในส่วนของโครงการ “โคก หนอง นา พช.” ที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ นั้น ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองและการเดินทางสัญจรทั้งในและต่างประเทศในปัจจุบัน จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และมาตรการข้อห้ามจากการเฝ้าระวังโรคดังกล่าว ทำให้การประกอบกิจการ และการแข่งขันชกมวยนั้น เป็นไปด้วยความยากลำบาก จากที่เคยมีรายรับจากการนำนักมวยในค่ายไปขึ้นชก หรือฝึกสอนมวยอย่างต่อเนื่อง ทำให้รายได้ลดลงจำนวนมาก จึงต้องหันกลับมาทบทวนและหวนคืนกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด กับมรดกผืนที่นาที่บรรพบุรุษมอบให้ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะย้ายสถานที่พักอาศัยมาอยู่ในชนบทที่ห่างไกลผู้คน ก็ยังรักและยึดการสอนมวยไทยให้แก่ลูกหลานและผู้สนใจ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งก็ยังเดินทางตามมาฝึกมวยกับตนเช่นเดิม”

จากนั้น “พี่นัย” ได้พาน้องๆ และลูกศิษย์นักมวยต่างชาติ ลงแปลงเพื่อเรียนรู้หลักกสิกรรมธรรมชาติ ร่วมกับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เพื่อพัฒนาพื้นที่ “โคก หนอง นา พช.” พื้นที่ 1 ไร่ ด้านหลังค่ายมวย ก่อนเปิดเผยว่า “สำหรับแผนในอนาคตนั้น อยากพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพราะจะเห็นได้ว่า นักมวย โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่มาฝึกซ้อมด้วยนั้น ต่างก็ชื่นชอบและรักในวิถีชีวิตพื้นบ้านอีสาน และรักประเทศไทยมาก ตนจึงมุ่งหวังจะถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” และหลักกสิกรรมธรรมชาติ มาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ที่มาเรียนวิชามวยไทยทุกคน ได้ศึกษาเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งชาวต่างชาติ ต่างก็รับรู้ ยอมรับและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ได้ทำคุณประโยชน์นานัปการ ต่อปวงชนชาวไทย นอกจากนั้น ในอนาคตตนยังมีแผนการที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬา และสร้าง Home stay เพื่อให้คนที่มาเยี่ยมชมหรือฝึกมวยไทย ได้เรียนรู้วัฒนธรรมอันดีงาม ตลอดจนวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและพักค้างที่แปลง “โคก หนอง นา พช. แห่งนี้ด้วย”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไฟไหม้ห้องสถาบันวิจัยฯ กรมการแพทย์ เสียหายเล็กน้อย-ไม่พบผู้บาดเจ็บ
บทความถัดไป‘จุฑาธิป’ พร้อมลงชิงชัยสองล้อถนน – ‘เสธ.หมึก’ ย้ำขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด