ตร.บางรัก รวบโจรฝ่าเคอร์ฟิว ตระเวนลัก จยย. อ้างเอามาใช้เอง

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมาผกก.สน.บางรัก พ.ต.ท.สาธิต สอนชา รอง ผกก.สส.สน.บางรัก พ.ต.ท.พูลพัฒน์ ธรรมรัชต์เจริญ พ.ต.ท.อนุพงษ์ อรุณคีรีโรจน์ สว.สส.สน.บางรัก และร.ต.อ.วรพัฒน์ เจริญมาก รอง.สว.สส.สน.บางรัก ร่วมกันนำกำลัง ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก จับกุม นายสนธยา ไชยสนาม อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาลักรถจักรยานยนต์ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น Moove สีเทาดำเหลือง หมายเลขทะเบียน 8กด 1952 กรุงเทพมหานคร มูลค่าประมาณ 50,000 บาท โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เวลาประมาณ 03.20 น. ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บางรัก ได้รับแจ้ง จาก ผู้เสียหายว่าได้จอดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ไว้ภายในบ้านหลังหนึ่ง ถนนสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ และได้ถูกคนร้ายลักขโมยไป ซึ่งผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางรัก ไว้

จากนั้นตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก จึงได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวน และการป้องกันอาชญากรรม โดยใช้กล้องวงจรปิด (CCTV) ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ติดตั้งภายในพื้นที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดกรุงเทพฯ และกล้องวงจรปิดของภาคเอกชน จนได้ตำหนิรูปพรรณคนร้าย และเส้นทางหลบหนีของคนร้าย

จากการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายสนธยา ต่อมาตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหา ได้พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ได้ที่บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 9 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

สอบสวน ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ ดังกล่าวไปจริง โดยเจ้าตัวไม่มีงานทำ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โดยวันเกิดเหตุคนร้ายรายนี้ได้เดินตระเวนมาตามปกติ เมื่อมาถึงบ้านหลังเกิดเหตุพบว่ารถคันดังกล่าวจอดอยู่จึงเข้าไปตรวจสอบ จนพบว่ากุญแจของรถคันนี้ได้ถูกวางทิ้งไว้ไม่ไกล จากนั้นจึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายออกไปทันที ซึ่งตั้งใจจะนำไปใช้เอง

สำหรับผู้ต้องหารายนี้ทางตำรวจเชื่อว่าเป็นพวกลักเล็กขโมยน้อย แต่การก่อเหตุครั้งนี้สบโอกาสเนื่องจากพบกุญแจรถทิ้งไว้ จึงขโมยไปอย่างง่ายดาย ตลอดจนอาศัยในห้วงเวลาประกาศใช้กฎหมายห้ามออกจากเคหะสถาน ระหว่างเวลา 21.00 น. ถึงเวลา 04.00 น.ในการลงมือก่อเหตุ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แต่ก็ไม่พ้นประสิทธิภาพกล้องวงจรปิดตามโครงการดังกล่าวไปได้

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา ไม่พบประวัติต้องโทษ และหมายจับแต่อย่างใดเบื้องต้นแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ,บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน และ ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00 น. ถึงเวลา 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้นโดยไม่ได้รับการยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ จากเจ้าพนักงาน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางรัก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปิดจ๊อบค้นหาผู้ติดเชื้อ 4 หมู่บ้านรอบ รง.แปรรูปไก่ พบติดเชื้อรวม 138 ราย
บทความถัดไปในหลวง มีพระราชสาส์นอำนวยพร เนื่องในวันเอกราชมัลดีฟส์