สรยุทธ ถามกลับ ที่ปรึกษาศบค. นำโพสต์เก่ามาตั้งคำถาม ทำเพื่ออะไร เป็นธรรมหรือ?
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีถูก ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต โพสต์พาดพิง โดยระบุว่า
“Warat Karuchit
“โดยบอกกับคุณตาว่า ส่งแค่นี้แล้วก็ไป”
“ไม่ทราบคุณสรยุทธเอาข้อมูลนี้มาจากไหนอ่ะครับ ผมดูคลิปของไทยรัฐและในโพสต์ของกลุ่มเส้นด้ายแล้วก็ไม่เห็นมีนะครับ”
ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษา ศบค.
โพสต์ตั้งคำถามนี้ เพื่ออะไรครับ …

โพสต์นี้ที่อ้างเอามาตั้งคำถาม ผมลงตอนเที่ยงคืน 9 นาทีของคืนก่อน หลังได้รับทราบข่าวนี้ และทีมข่าวได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ปรากฏตาม “คลิปภาพและเสียง” ของลูกชายวัย 42 ปีของคุณพ่ออายุ 63 ปี และคุณปู่ วัย 93 ปี ในค่ำคืนวันนั้น
รวมทั้งนักข่าวได้ตรวจสอบเบื้องต้น โดยสัมภาษณ์ญาติ (ลูกสาวอีกคน) ของครอบครัวนี้ ที่ได้รับแจ้งว่าคุณลุงทั้ง 3 คนไปนั่งรออยู่ริมถนนกลางดึก ได้อย่างไร ปรากฏตามคลิป
ประโยคที่ถามผมว่า “โดยบอกกับคุณตาว่า ส่งแค่นี้แล้วก็ไป” เอามาจากไหน
ก็จับใจความมาจากทั้ง 2 คลิปนี้ครับ
เข้าใจความหมายมั้ยครับ “ส่งแค่นี้ … แล้ว (เจ้าหน้าที่) ก็ไป”
รู้จักการสื่อสารแบบจับใจความมั้ยครับ สื่อถึงขนาดต้องจับคำพูด “ตรงเป๊ะ” มานำเสนอเท่านั้นหรือครับ
การตั้งคำถามนี้ คงเพราะ หนึ่งไม่ได้ดูรายการในเช้าวันต่อมา ซึ่งได้นำเสนอข้อเท็จจริงนี้อย่างครบถ้วน ปรากฏในคลิปรายการที่ดูยัอนหลังได้
สอง ผลจากการตั้งคำถามนี้ ย่อมทำให้คนที่อาจไม่ได้ติดตามข่าวนี้จากรายการ มองผมในแง่ร้าย และย่อมทำให้เกิดความเสียหาย โดยประการที่จะทำให้ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง
ไม่อยากจะคิดว่า จะจับผิดการทำงานสื่อใช่มั้ยครับ
ทำเพื่ออะไรครับ
และทำในนามส่วนตัว หรือในนามที่ปรึกษาด้านสื่อของ ศบค.ครับ
การเอาโพสต์ของผมที่โพสต์ไว้ตั้งแต่หลังเกิดเหตุทันที แล้วเอามาตั้งคำถามในภายหลัง แบบพยายามจะจับคำพูดแบบนี้ เป็นธรรมหรือเปล่าครับ
คืนวันนั้น มีเสียงลูกชายที่อยู่ในที่เกิดเหตุบอกในคลิปด้วยว่า “ทหาร” มาส่ง แต่เมื่อไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ หรืออาจจะเป็นความเข้าใจผิด เมื่อยังไม่สามารถตรวจสอบได้ ผมก็ให้ดูดเสียงคำนี้ออก และไม่ได้พูดในรายการเลยว่าหน่วยงานไหน เพื่อให้ความเป็นธรรมในเบื้องต้นด้วย
หลังเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจง มีคลิปเสียงชายคนเดิม ขอโทษเจ้าหน้าที่ สรุปว่า รถวิ่งเลยไป เลยขอลงเอง
ข้อนี้ บอกตรงๆ นะครับ ปกติ จะต้องขยายให้ข้อเท็จจริงปรากฏ 2 ด้านว่า ลูกสาว กับเจ้าตัวเองในคืนนั้นพูดว่าอย่างไร แต่ผมเห็นว่าในยามวิกฤติ ควรจะให้กรณีนี้เป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องขยายให้เรื่องลุกลามกลายเป็นความขัดแย้ง เมื่อต้องร่วมกันแก้ปัญหา
ที่สำคัญ ด้วยความเคารพนะครับ ตามหลักการควบคุมโรคระบาด ต่อให้ ผู้ป่วยโควิด ทั้ง 3 ราย “ขอลงเอง” ก็ยอมให้ทำแบบนั้นไม่ได้ครับ เพราะเป็นผู้ติดเชื้อโรคระบาด ยิ่งเป็นผู้สูงวัย ขนาด 93 , 63 ปี ในยามค่ำคืนแบบนั้น
ย้ำนะครับ สื่อมีหน้าที่สะท้อนปัญหาตามความเป็นจริงในสังคมครับ
ในวิกฤติโรคระบาด ร่วมแรงร่วมใจกันทำความเข้าใจกับประชาชน ช่วยเหลือประชาชนดีกว่ามั้ยครับ”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘สรยุทธ’ ตอบกลับ ‘หมอนงนลินี’ หลังหมอโพสต์จวก ถามเป็นอะไร ถึงกล่าวหาคนอื่นง่ายๆ

