นอภ.พังโคน จัดกิจกรรม ‘จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี’ เฉลิมพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.10

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม จ.ส.อ.คำนึง พรหมพิมพ์ นายอำเภอพังโคน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอพังโคน นายกเทศมนตรีตำบลไฮหย่อง กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอพังโคน ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ และครัวเรือนพัฒนาพื้นที่ต้นแบบฯ ณ ศูนย์ฝึกอบรมการพัฒนาชนบทบ้านฝั่งแดง ตำบลไฮหย่อง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ในการนี้นายสมาน พั่วโพธิ์ พัฒนาการจังหวัดสกลนคร มอบหมายให้นางยุพาพิน ศรีนาม นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ และนายเสกสรร ประวิเศษ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย โดยมีกิจกรรมดังนี้

1) พิธีถวายความเคารพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
2) กิจกรรมจิตอาสาร่วมกันปลูกต้นไม้รอบศูนย์ฝึกอบรมการพัฒนาชนบทบ้านฝั่งแดง (มะค่า และยางนา) จำนวน 200 ต้น
3) กิจกรรมปลูกสมุนไพร (ฟ้าทะลายโจร และกระชาย) จำนวน 100 ต้น
4) กิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา (ปลานิล ปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลานวลจันทร์ และปลาหมอตาล) จำนวน 17,000 ตัว โดยการสนับสนุนจากร้านทองพันธ์ุปลา อำเภอพังโคน
5) กิจกรรมทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ และซ่อมแซมอาคารภายในศูนย์ฯ ฝั่งแดง ร่วมกับเทศบาลตำบลไฮหย่องเพื่อใช้เป็นจุดพักคอย สำหรับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงซึ่งใกล้ชิดและสัมผัสกับผู้ป่วยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง

จ.ส.อ.คำนึง กล่าวว่า ขอบคุณกรมการพัฒนาชุมชน ผู้นำชุมชนตำบลไฮหย่อง ที่ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ ภายในศูนย์ฯ ฝั่งแดง และเทศบาลตำบลไฮหย่อง ที่ได้ร่วมกันปรับปรุงสถานที่เพื่อรองรับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงซึ่งใกล้ชิดและสัมผัสกับผู้ป่วยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงซึ่งกำลังรอผลตรวจจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอพังโคน และเป็นสถานที่สำหรับให้ผู้ป่วยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ที่ได้รับการรักษาและมีอาการดีขั้น จากโรงพยาบาลพังโคน ให้มารักษาและเฝ้าดูอาการในศูนย์พักคอยของศูนย์ฯ ฝั่งแดง เป็นเวลา 7 วัน ก่อนที่จะให้ผู้ป่วยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ที่หายจากอาการป่วยแล้ว กลับไปใช้ชีวิตตามปกติในหมู่บ้าน/ชุมชน ของตนเองต่อไป

ศูนย์ฝึกอบรมการพัฒนาชนบทบ้านฝั่งแดง : จัดตั้งขึ้นจากการที่กรมชลประทาน ได้ก่อสร้างเขื่อนน้ำอูน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรกรรม ในเขตพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพังโคน อำเภอพรรณนานิคม อำเภอเมืองสกลนคร และอำเภอวาริชภูมิ บางส่วน ซึ่งกรมชลประทาน ได้จัดตั้งโครงการพัฒนาชนบทแบบผสมผสาน โดยจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำตามโครงการฯ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสมาชิกในการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด กรมการพัฒนาชุมชน ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาชนบทแบบผสมผสานเขื่อนน้ำอูน โดยกรมชลประทาน อนุญาตให้กรมการพัฒนาชุมชนใช้พื้นที่ดำเนินงานในรูปของ “ศูนย์ฝึกอบรมการพัฒนาชนบทแบบผสมผสานบ้านฝั่งแดง” เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตร ในบริเวณโครงการชลประทานน้ำอูน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร และใช้เวลาในการก่อสร้างเพื่อดำเนินงานตามโครงการ รวม 2 ปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2522 – 2523 ประเดิมด้วยงบประมาณเงินสมทบจากกรมการพัฒนาชุมชน พช.3 จำนวน 4,000,000 บาท ตามด้วยเงินช่วยเหลือ (เงินกู้) USAID ภายใต้โครงการพัฒนาชนบทแบบผสมผสานน้ำอูน เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมตามหลักการ “โครงการสารภี” แห่งที่ 4

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร ได้ใช้ศูนย์ฝึกอบรมการพัฒนาชนบทบ้านฝั่งแดง ในการเป็นสถานที่ฝึกอบรมบุคลากรในสังกัด ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางในการพบกันของแต่ละอำเภอ เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” พร้อมทั้งเป็นจุดสาธิตฐานการเรียนรู้ต่างๆ ทั้ง 9 ฐาน ทั้งนี้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร มีแผนที่จะขับเคลื่อนศูนย์ฝึกอบรมการพัฒนาชนบทบ้านฝั่งแดง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่รอบศูนย์ฯ และประชาชนที่สนใจ ต่อไป

“ฟ้าทะลายโจร” พืชล้มลุกที่มีกำเนิดจากแถบประเทศอินเดียและศรีลังกา สำหรับในไทยฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่อยู่ในตำรายาไทยโบราณมานาน มีรสขม จัดอยู่ในกลุ่มยาเย็นมีสรรพคุณทางการแพทย์แผนไทยใช้เพื่อบรรเทาอาการไข้หวัด แก้ไอและเจ็บคอ ฟ้าทะลายโจรยังเป็นสมุนไพรที่ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2542 ของกระทรวงสาธารณสุข จากผลการศึกษาและวิจัยพบว่า ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของฟ้าทะลายโจรมีสารสำคัญชื่อว่า “สารแอนโดรกราโฟไลค์” (Andrographolide) ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้ในทุกระยะและช่วยยับยั้งการอักเสบ และยังมีสารประกอบสาร Lactone 4 ชนิดที่มีฤทธิ์เย็นหนืด ช่วยจับโปรตีนของไวรัสให้อยู่กับที่ ทำให้ฤทธิ์ของฟ้าทะลายโจรต้านไวรัสได้ดียิ่งขึ้น และช่วยป้องกันผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะได้ ลดการบีบตัวของลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ช่วยรักษาอาการไอ เจ็บคอป้องกันและบรรเทาหวัด

“กระชาย” เป็นพืชล้มลุกที่มักนิยมนำเหง้ามาใช้ประกอบอาหาร แต่พืชชนิดนี้มีสรรพคุณตั้งแต่รากไปถึงใบ
ใบกระชาย ใช้ในการบำรุงธาตุ แก้โรคในปาก คอ ถอนพิษ และแก้โลหิตเป็นพิษ
เหง้าและรากกระชาย แก้โรคบิด ขับปัสสาวะ และใช้เป็นยารักษาภายนอกทารักษาขี้กลาก
เหง้าใต้ดินกระชาย จะช่วยในการแก้ปวดท้อง แก้มวนท้อง บำรุงกำลัง และ รักษาริดสีดวง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘แบงก์ชาติ’ เผยเศรษฐกิจไทยเจอพิษโควิดต่อเนื่อง แนะเร่งจัดการวัคซีน ผู้ประกอบการ-แรงงานมีรายได้ยั่งยืน
บทความถัดไปน้องเมย์ร่ำไห้ขอโทษคนไทย เปิดใจแพ้แต่ภูมิใจ ทุ่มสุดความสามารถเต็มที่แล้ว