‘ณพลเดช’ตั้งศูนย์ปลูกฟ้าทะลายโจร 30 ไร่ ลุยแจก วัด-ชุมชน 1 แสนต้นในกทม. สู้โควิด-19

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่วัดแค จ.นครปฐม ดร.ณพลเดช มณีลังกา อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ สภาผู้แทนราษฎร และนายกสมาคมการบินนภารักษ์ เข้าร่วมหารือกับพระอธิการวันชัย ชุติวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดแค และคณะสงฆ์ เพื่อตั้งศูนย์อนุบาลเพาะพันธุ์ต้นฟ้าทะลายโจร โดยพระอธิการวันชัย เผยว่าได้เตรียมพื้นที่วัดจำนวน 30 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินดำและมีระบบสปริงเกอร์น้ำพร้อมที่จะปลูกอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ได้รวบรวมเมล็ดพันธุ์ และต้นกล้าที่จะนำมาปักชำเพื่อเพาะปลูก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2-4 เดือนในการขยายพันธุ์ต้นอ่อนเพื่อนำไปแจกจ่ายต่อไป

ดร.ณพลเดช กล่าวว่า ได้แนวคิดนี้มาจากประวัติศาสตร์ที่ อริสโตเติ้ลได้กราบบังคมทูลให้พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยึด “เกาะโซโครโต” ซึ่งอยู่ทางฝั่งทะเลตะวันออกของแอฟริกา เพื่อเอาว่านหางจระเข้มาไว้ใช้สำหรับรักษาบาดแผลของทหารที่ออกสู้รบ ทำให้ทหารของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ฟื้นจากพิษของบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว ขณะนี้ประเทศไทยเรากำลังรบกับข้าศึกที่มองไม่เห็นตัวตนนั่นคือเชื้อไว้รัสโควิด19 แต่ด้วยประเทศไทยมีพืชสมุนไพรที่สามารถรักษา ทหารที่ถูกทำร้ายนั่นคือประชาชนที่ถูกพิษของเชื้อโควิด19 ได้เช่น “ฟ้าทะลายโจร” ทำไมเราไมทำแบบพระเจ้าอาเล็กซานเดอร์ที่นำเอาว่านหางจระเข้มาใช้งาน ซึ่งฟ้าทะลายโจรสดมีฤทธิ์โดยเฉพาะทางใบที่ดีอยู่แล้วนั่นเสมือนว่าเรามีโรงงานผลิตยาที่พร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อโควิดได้ทันที

ดร.ณพลเดช กล่าวอีกว่า หากประชาชนทราบผลว่าติดเชื้อ ในขณะที่เป็นสีเขียวอยู่เราสามารถนำใบสด 3-5 ใบเคี้ยวสด แม้จะรสชาติขมมากแต่มีสารแอนโดรกราโฟไลค์” (Andrographolide) ที่เข้มข้น อีกทั้งช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส ช่วยยับยั้งการอักเสบและยังมีสารประกอบ Lactone 4 ชนิดที่มีฤทธิ์เย็นหนืดช่วยจับโปรตีนของไวรัสให้อยู่กับที่ได้ ดังนั้นตนเห็นว่าหากเรามีต้นฟ้าทะลายโจรสดที่ปลูกไว้สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทันที สิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่ไม่สามารถเข้าถึงยาได้ แน่นอนขณะนี้แม้แต่ยาฟ้าทะลายโจรชนิดเม็ดยังยากที่จะหาในท้องตลาด แม้หาได้แต่ราคากลับแพง
ลิบลิ่ว

ทั้งนี้ตนคิดว่าหากแจกต้นพันธุ์และผู้ที่นำไปปลูกสามารถเพาะต่อได้อีก 10 ต้นนั่นหมายความว่าจะมีต้นฟ้าทะลายโจร ถึง 1 ล้านต้นในเพียง 1-4 เดือนในพื้นที่ กทม. ถ้าสามารถขยายพันธุ์ได้เร็วถึง 10 รอบ เราจะมีต้นฟ้าทะลายโจรถึง 10 ล้านต้น ทั้งนี้หากปล่อยให้กลายเป็นเมล็ด เราอาจมีต้นฟ้าทะลายโจรโดยทั่วไปถึง 100 ต้นในพื้นที่กรุงเทพฯ นี้จะเป็นเสมือนโรงงานผลิตยาที่อยู่ข้างบ้านโดยไม่ต้องอาศัยตู้เย็น ไม่ต้องมีห้องเก็บยา แต่ประชาชนสามารถเข้าถึงยาพื้นฐานคือฟ้าทะลายโจรได้ทันที เบื้องต้นตนจะทยอยนำไปมอบแก่วัดและชุมชน ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำไปขยายผลต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon