นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 6,364 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,269 ล้านบาท มากกว่าช่วงไตรมาสเดียวกัน 2563 ที่เป็นช่วงเริ่มต้นการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย และภาครัฐประกาศล็อคดาวน์ทั่วประเทศ เพราะได้เปรียบในการมีศูนย์การค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ 34 แห่ง บางศูนย์การค้ายังคงเปิดให้บริการได้ พร้อมเร่งพัฒนาบริการรูปแบบผ่านออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงนโยบายลดและควบคุมต้นทุน เพื่อรักษาระดับกระแสเงินสดและสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเฝ้าติดตาม ทบทวน และปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญ
นางสาวนภารัตน์ กล่าวต่อว่า บริษัทยังคงดำเนินมาตรการดูแลลูกค้า ผ่านแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” ที่เพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าในการมาใช้บริการ รวมถึงให้ความช่วยเหลือคู่ค้าและผู้ประกอบการกว่า 15,000 รายทั่วประเทศแบบ 360 องศาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้ส่วนลดร้านค้าตามสถานการณ์จนถึงปัจจุบัน และยกเว้นค่าเช่าสำหรับร้านค้าในประเภทธุรกิจที่มีคำสั่งจากรัฐบาลให้ปิดบริการ รวมถึงการช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน โดยช่วยเหลือคู่ค้าให้เข้าถึงสินเชื่อฟื้นฟูกับพันธมิตรธนาคารชั้นนำ 7 แห่ง อย่างสะดวกและรวดเร็ว ด้วยระบบ Grading สร้าง Credit Score ในฐานะคู่ค้าของเซ็นทรัลพัฒนา พร้อมขยายความช่วยเหลือไปยังกลุ่ม Vendors & Suppliers อีกกว่า 5,000 รายทั่วประเทศ มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดเพื่อช่วยผลักดันยอดขายร้านค้าทุก Category และการพัฒนาบริการ และแพลตฟอร์มใหม่ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้เช่าได้ครบทุกมิติ ทั้งในแง่ช่องทางการขาย การเข้าถึงลูกค้า และระบบฐานลูกค้า The1 และ แอปพลิเคชั่น The1 Biz ที่จะเป็น CRM Tool ให้กับคู่ค้าได้อย่างครบวงจร รวมทั้งการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไปด้วย Central Connect ที่เชื่อมโยงทุกบริการทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ได้แก่ บริการ Chat & Shop ผ่าน Line @CentralLife, One Call x One Click, Drive-Thru รวมถึง CENTRAL EAT ร่วมกับ Grab Food และบริการล่าสุด Central Kitchen สั่งได้ทุกช่องทาง อิ่มอร่อยจากเซ็นทรัล
นางสาวนภารัตน์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์สำคัญในไตรมาส 2 จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ทำสัญญาเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF) จากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยขยายพอร์ต Super Regional Mall ของบริษัท เพิ่มเป็น 2 แห่ง คือ เซ็นทรัล เวสต์เกต และเมกาบางนา และเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรอย่างอิเกีย รวมทั้งผนึกกำลังธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้าขยายคอมมูนิตี้ มอลล์ และพัฒนาโครงการที่ดินบนทำเล CBD ของกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ยังคว้ารางวัลใหญ่ระดับเอเชีย “2021 All – Asia Executive Team: Rest of Asia (Asia ex-Mainland China)” 4 รางวัล สะท้อนความเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และองค์กรยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และโรงพยาบาลต่างๆ จัดพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนในศูนย์การค้าของบริษัทฯ กว่า 23 แห่งทั่วประเทศ รวมพื้นที่40,000 ตร.ม.โดยจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางที่มีขนาดใหญ่ สามารถรองรับเจ้าหน้าที่และประชาชนจำนวนมากได้อย่างไม่แออัด โดยมีการบริหาร Social Distancing อย่างเป็นระบบ ช่วยเหลือให้ประชาชนทุกภูมิภาคได้รับการฉีดวัคซีน
นางสาวนภารัตน์ กล่าวต่อว่า ทิศทางการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2564 คงมุ่งมั่นดูแลช่วยเหลือผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เตรียมพร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อรับมือกับสถานการณ์ และเดินหน้าลงทุนพัฒนา 3 โครงการ ได้แก่ เซ็นทรัล อยุธยา และ เซ็นทรัล ศรีราชา เตรียมเปิดสิ้นปีนี้ และเซ็นทรัล จันทบุรี เปิดภายกลางปี 2565 โครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค จะทยอยเปิดให้บริการปี 2566-67 ส่วนแผนลงทุนและเป้าหมาย 5 ปี (2564-2568) จะเดินหน้าลงทุนทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสม โครงการที่พักอาศัย รวมถึงแผนการปรับปรุงสินทรัพย์เพื่อเพิ่มมูลค่า รวมทั้งบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและลดต้นทุน รวมถึงหาโอกาสการลงทุนธุรกิจในรูปแบบอื่น การเข้าซื้อกิจการ และการลงทุนในต่างประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ มาเลเซีย และเวียดนาม

