โกลบอล ปลื้มพลิกขาดทุนเป็นกำไร 14 ล้านบาท จ่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชงปลายปีนี้

นายนพพร ภัทรรุจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOCON ผู้นำการผลิตและจำหน่ายสินค้าอาหารและบรรจุภัณฑ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลงานไตรมาส 2/2564 บริษัทมีกำไร 13.64 ล้านบาท จากขาดทุน5.58 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 1/64 และขาดทุน 8.52 ล้านบาทในไตรมาส 2/63 นับเป็นการพลิกกำไรตัวเลข 2 หลัก ครั้งแรกในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่ ปี 2555 ส่งผลให้ภาพรวมครึ่งแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไร 8.06 ล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวปีก่อนที่ขาดทุนจำนวน 12.53 ล้านบาท สาเหตุมาจากการฟื้นตัวของรายได้รวมที่ทำได้กว่า 497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

ตามยอดขายในประเทศและการส่งออกที่เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหาร หมวดอาหารแปรรูปแช่แข็งและอาหารกึ่งสำเร็จรูปพร้อมทาน ที่เติบโตกว่า 45% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 148.29 ล้านบาท รับอานิสงค์เวิร์กฟอรมโฮมเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค หันมาเน้นทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน และแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลไม้อบแห้งที่ขยายตัวได้ดีกว่า 27% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 153.41 ล้านบาท จากยอดคำสั่งซื้อประเทศคู่ค้าหลักๆ อาทิ ยุโรป, อเมริกา และเอเชีย เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ

นายนพพร กล่าวต่อว่า ขณะที่กลุ่มธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีจากการเดินหน้ากลยุทธ์ Delivery และรถฟู้ดทรัค รวมทั้งกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง 22% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 164.09 ล้านบาท และที่สำคัญบริษัทฯได้มุ่งเน้นนโยบายบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นายนพพร กล่าวว่า บริษัทได้เดินเกมรุกธุรกิจอาหารเต็มรูปแบบ ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน ทั้งแบบอาหารแช่แข็ง อาหารแช่เย็น และผลิตภัณฑ์อาหารจากโปรตีนพืช ภายใต้แบรนด์ “Kitchen Plus” เพื่อผลักดันอัตราการทำกำไรให้สูงขึ้น ล่าสุดเตรียมส่ง Plant Based เมนูอาหารไทยรายแรกของโลก รสชาติโดดเด่นถึงเครื่องเทศ 6 เมนูยอดนิยม อาทิ ข้าวกระเพรามังสวิรัติ, ยำวุ้นเส้น, ลาบทอด, ข้าวคั่วกลิ้ง บุกตลาดฝรั่งเศส, อังกฤษ และอเมริกา ภายในเดือนกันยายนนี้

ก่อนขยายไปยังประเทศเยอรมันนี และเนเธอร์แลนด์ รองรับกระแสรักสุขภาพ ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลและมีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมเดินหน้าขยายไลน์ผลิตอาหารพร้อมทานแช่เย็น รูปแบบรับจ้างผลิต ภายใต้แบรนด์ EZY GO วางจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ 7-11 (พันธมิตรหลัก) ทั่วประเทศ และเตรียมส่งผลิตภัณฑ์กัญชงบุกตลาดทันที หลังคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พิจารณาอนุญาตหมวดอาหาร

“เบื้องต้นคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตหมวดอาหารกันยายนนี้ หลังจากนั้นช่วงต้นไตรมาส 4/64 บริษัทพร้อมส่งโปรดักส์บุกตลาดทันที ช่วงที่ผ่านมาเราได้พัฒนาสูตรอาหารและทดลองผลิตหลากหลายเมนู ทั้งในรูปแบบ Ready To Eat และผงโปรตีนสกัด เพื่อรองรับตลาดคนรักสุขภาพ จากแผนงานที่วางไว้ มั่นใจผลักดันช่วงครึ่งหลังของปีเติบโตโดดเด่น หนุนภาพรวมทั้งปี 2564 พลิกเทิร์นอะราวด์ รายได้รวมเติบโตทะลุ 2,100 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน ” นายนพพร กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon