นายกสมาคมทนายลั่น ออก พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดบุคลากร มีวาระซ่อนเร้น

นายกสมาคมทนายลั่น ออก พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดบุคลากร มีวาระซ่อนเร้น เเฝงนัยยะไม่สุจริต เอาบุคลากรเเพทย์บังหน้าปกป้องคณะจัดหาวัคซีนล้มเหลว

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่า แม้เจตจำนงของร่างพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะเป็นไปเพื่อปกป้องคุ้มครองบุคลากรสาธารณสุขและสถานพยาบาล มิให้ต้องรับผิดตามกฎหมาย ทั้งความรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา ทางวินัยและทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ อันมีข้อยกเว้น หากการกระทำดังกล่าวเป็นไปโดยไม่สุจริต การกระทำนั้นประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงและการกระทำนั้นเกิดหรือมูลเหตุมาจากการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในในรัฐธรรมนูญเห็นว่า หากแต่ความคุ้มครองส่วนบุคคลในสาระสำคัญมิได้แตกต่างไปจากพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามมาตรา 17 พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดนี้ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในการระงับหรือป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย หากเป็นการกระทำที่สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ประกอบกับพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.2551มาตรา 29(1) และตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินเรื่อง ประเภท ระดับ อำนาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบและข้อจำกัดของหน่วยปฏิบัติการ พ.ศ.2562 ข้อ 5(9) ดำเนินการให้ผู้ปฏิบัติการเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่เพื่อให้ผู้ปฏิบัติการนั้นได้รับความคุ้มครองรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ผู้ปฏิบัติการของหน่วยปฏิบัติการนั้นได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการให้ความคุ้มครองผู้ปฏิบัติการต่อผู้เสียหายในผลแห่งความละเมิด

นายนรินท์พงศ์แถลงว่า จากเหตุดังกล่าวข้างต้น ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายที่มีสภาพบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันจึงเพียงพอต่อการให้ความคุ้มครอง ปกป้องให้บุคลากรทางสาธารณสุขที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต มีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอยู่แล้วปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมั่นใจ แต่ในสาระสำคัญของความครอบคลุมของบุคคลที่ได้รับประโยชน์ตามข้อ 7 พ.ร.ก.ฉุกเฉินดังกล่าว “บุคคล/คณะบุคคล ที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาหรือบริการวัคซีน” หาควรรวมไปถึงการกระทำของรัฐบาลหรือบุคคล/คณะบุคคล ที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายที่ได้กระทำการบริหารทางสาธารณสุขผิดพลาด ล้มเหลว ละเลย จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม และความเจ็บป่วย ล้มตายของประชาชนในชาติ

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยมีความเห็นว่า การออก พ.ร.ก.ดังกล่าว หากสามารถทำให้เกิดความคุ้มครองบุคคลตามข้อ 7 โดยไม่ต้องรับผิดได้ด้วยแล้ว ก็น่าจะเป็นการออก พ.ร.ก.ที่ขัดกับเจตนารมณ์ที่แท้จริง เนื่องจากมิได้มีเจตนาออกมาเพื่อคุ้มครองบุคคลทางการแพทย์ หรือบุคลากรหน้าด่านที่ปฏิบัติหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่กลับเป็นการออก พ.ร.ก.ที่มีการแอบแฝงที่มีนัยยะไม่สุจริต มีวาระซ่อนเร้น ปกปิดโดยเอาบุคลากรทางการแพทย์ฯ เป็นข้ออ้างบังหน้าเพื่อหวังปกป้องเพื่อคุ้มครองบุคคลตามข้อ 7 ให้ได้รับประโยชน์จากร่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon