ผลไม้ไทยไปจีนขายดี 6เดือนโต64% พณ.แนะเข้มงวดป้องกันปนเปื้อน

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่าจากการติดตามสถิติการส่งออกผลไม้สดของไทยไปยังประเทศจีนในครึ่งปีแรก2564 มีมูลค่าสูงถึง 74,539.44 ล้านบาท ขยายตัว 64.89 % เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยผลไม้สดที่มีขยายตัวสูงได้แก่ สับปะรด 90.94% ทุเรียน 83.56% และ ลำไย 70.71% เป็นต้น และจีนยังคงเป็นตลาดส่งออกที่มีศักยภาพสูงของไทย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ทำให้จีนได้มีมาตรการที่เข้มข้นในเรื่องความปลอดภัยด้านโควิดที่อาจปนเปื้อนมากับสินค้ามากขึ้น ซึ่งกรมได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ในจีนเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นได้ภาพลักษณ์สินค้าอาหารของไทยว่าปลอดการปนเปื้อนจากเชื่อโวรัสโควิด-19 ภายใต้แคมเปญ “Thailand Delivers with Safety” ตามนโยบายที่ได้รับจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความเข้าใจด้านอาหารปลอดภัยของไทย

โดยผลไม้ที่ส่งออกจะมีการควบคุมมาตรฐานทุกขั้นตอนตามระเบียบปฏิบัติการส่งออกที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด อาทิ มาตรฐานความสะอาดและปลอดภัยทั้งการผลิตภายในสวน การคัดแยก การบรรจุหีบห่อ ระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีการฉีดฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งภายในตู้และภายนอกรถขนส่งผลไม้ รวมทั้งการคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับพนักงานขับรถ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นว่าสินค้าที่ส่งไปยังผู้บริโภคมีความปลอดภัย ในทุกขั้นตอนการผลิต

นายสมเด็จ กล่าวว่า นอกจากนี้ ทูตพาณิชย์ของไทยในจีนยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและยกระดับการส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดจีนในเมืองต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดงาน Thai Fruits Golden Months ร่วมกับห้างสรรพสินค้า ในเมืองชิงต่าว คุนหมิง และเมืองเซี่ยเหมิน

Advertisement

ผลไม้ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ได้แก่ ทุเรียน มังคุด มะพร้าว ส้มโอ เป็นต้น และกรมฯมีแผนจะจัดกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในปีต่อไป เพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้ผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จัดของผู้ซื้อมากขึ้น

“ ตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกผลไม้หลักของไทยและมีศักยภาพสูง ผู้ประกอบการส่งออกไทยควรปฏิบัติตามระเบียบ และเข้มงวดการป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19 ติดไปกับสินค้าในทุกขั้นตอน พร้อมกับใส่ใจเรื่องคุณภาพของสินค้า เพราะหากการ์ดตกนอกจากกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัทแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมได้ด้วย โดยเฉพาะตลาดหลัก ก็อาจเสียส่วนแบ่งทางตลาดให้กับประเทศคู่แข่งได้ “นายสมเด็จ กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image