นิพนธ์ กำชับ ผู้ว่าฯ-ศปถ. 20 จว.อีสาน เร่ง ดำเนินการ “ตำบลขับขี่ปลอดภัย”

นิพนธ์ กำชับ ผู้ว่าฯ-ศปถ. 20 จว.อีสาน เร่ง ดำเนินการ “ตำบลขับขี่ปลอดภัย” พร้อมให้เฝ้าระวังอุบัติเหตุหลังคลายล็อกดาวน์ อาจมีสถิติสูง ขึ้น เผยตัวเลขเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจนถึงส.ค. 8,862 ราย

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายนิพนธ์ บุญญามณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 3 ( 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด  ผู้แทนเทศบาล ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลจาก 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธีเปิดโครงการฯ  

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ความปลอดภัยบนท้องถนนซึ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างมาก ตัวเลขอุบัติเหตุบนท้องถนนประเทศไทย ข้อมูลจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ระหว่างเดือนมกราคม – ปัจจุบัน 2564 มีผู้เสียชีวิตสะสม 8,862 ราย และบาดเจ็บสะสม 575,382 คน รัฐบาลโดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้นำกรอบแนวทางการดำเนินงานภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) ปฏิญญาสตอกโฮล์ม และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์มาขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ให้เหลือ 12 คน ต่อประชากรแสนคนภายในปี 2570  ซึ่งหากบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้จำนวนผู้เสียชีวิตจะเหลืออยู่ประมาณ 7,940 คน และในปี พ.ศ. 2565 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตให้เหลือ 12 คนต่อประชากรแสนคน ภายในอีก 6 ปีข้างหน้า

โดยให้ความสำคัญกับกลไกในการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.)ทุกระดับ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น โดยเพาะอย่างยิ่ง ให้นายอำเภอเร่งจัดตั้ง ศปถ.ท้องถิ่นให้ครบทุกตำบล เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับ อปท.และประชาชนในพื้นที่ และบรรจุเรื่องความปลอดภัยทางถนนเป็นวาระการประชุมประจำเดือน และให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งให้ทุกจังหวัดจัดการประชุมเพื่อได้ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยให้บูรณาการร่วมกับ อปท. และประชาชนในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบาย ”ตำบลขับขี่ ปลอดภัย” และใช้ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน 3 ด่าน คือ ด่านครอบครัว ด่านชุมชน ด้านโรงงาน เพื่อให้สามารถลดความสูญเสีย และผลกระทบที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างแท้จริง พร้อมให้ความสำคัญในการใช้กลไกของศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ถือเป็นภารกิจหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด และขับเคลื่อนมาตรการและแผนงานด้านความปลอดภัยทางถนนให้เน้นการลดปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจาก คน ถนน และยานพาหนะในประเด็น ความเร็ว ดื่มแล้วขับ จุดเสี่ยง และรถจักรยานยนต์อย่างต่อเนื่อง

Advertisement

นอกจากนี้ให้ถอดบทเรียนจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 และนำมาปรับใช้ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ตำบล/หมู่บ้านโดยใช้กลไกการเฝ้าระวังป้องกันในระดับพื้นที่ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครต่าง ๆ ในการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ ซึ่งคาดการณ์สถานการณ์โรคโควิด-19 มีทิศทางที่ดีขึ้นรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการช่วงสุดท้ายของไตรมาสปีนี้ตัวเลขการสูญเสียชีวิตอาจกลับมาสูงขึ้นอีก เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตให้เหลือน้อยที่สุด ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับท้องถิ่น โดยให้บูรณาการร่วมกับ อปท. และประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถลดความสูญเสีย และผลกระทบที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างแท้จริง


QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image