‘บิ๊กป้อม’ ช่วยเกษตรกรทุกภาค มีผลผลิต-รายได้ พอเลี้ยงครอบครัว ฝ่าวิกฤตโควิด

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล บจธ. มีความห่วงใยความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร ในช่วงการระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มว่าเกษตรกรและผู้ยากจนจะสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินสูงขึ้น จึงสั่งการให้ บจธ. ดำเนินการติดตามก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการ บจธ. เปิดเผย ว่า กระบวนการเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของพี่น้องเกษตรกรและชุมชน ให้พึ่งพาตัวเองได้ และแบ่งปันผู้เดือดร้อน โดยจะเห็นได้ว่าวิสาหกิจชุมชน 11 พื้นที่ และสหกรณ์การเกษตร 1 พื้นที่ ครอบคลุมทั้ง 4 ภาค (ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันตก และตะวันออกเฉียงเหนือ) มีความเข้มแข็ง มีผลผลิตและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร มีผักปลอดสารพิษเพื่อบริโภค ที่ชุมชนสามารถจำหน่ายได้เอง และส่งออกขายได้ทั่วประเทศ สร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัว มีเงินเก็บออมจ่ายค่าเช่าที่ดิน และค่าเช่าซื้อที่ดินกับบจธ. ได้ โดยแต่ละวิสาหกิจชุมชนในแต่ละภาคมีความเข้มแข็งและสามารถสร้างจุดเด่นให้กับกลุ่มได้ยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ภาคเหนือ วิสาหกิจชุมชนศาสตร์พระราชาวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย “ศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง Landmark สำคัญของจังหวัดเชียงราย”สมาชิก 60 ครัวเรือน พื้นที่ 84 ไร่เศษ ปัจจุบันสมาชิกกลุ่มมีการรวมตัวอย่างเข้มแข็ง เป็นหมู่บ้านศีล 5 เป็นชุมชนที่มี “บุญ” นำทางการดำเนินชีวิต เป็นศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง มีร้านค้าให้สมาชิกได้นำผลผลิตผักผลไม้อินทรีย์มาวางขายและส่งออกให้กับหน่วยงานและชุมชนอื่นที่เข้ามารับซื้อ ได้รับการยกย่องจากนายกรัฐมนตรีและจังหวัดเชียงรายให้เป็นชุมชนต้นแบบในการบริหารจัดการป่าและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วิสาหกิจชุมชนไร่นาส่วนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา “แหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านเกษตรกผสมผสาน การแปรรูป และวิชาการเกษตร จ.นครราชสีมา” มีสมาชิก 45 ครัวเรือน เนื้อที่ 150 ไร่เศษ ปัจจุบัน สมาชิกมีความเข้มแข็ง มีการจัดตั้งกลุ่มทำปุ๋ยโบคาชิ กลุ่มเลี้ยงปลา กลุ่มปลูกผักผสมผสาน กลุ่มปลูกผักสลัดเพื่อจำหน่าย และแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อหมุนเวียนสร้างผลผลิต และจำหน่ายแจกจ่ายในพื้นที่ พัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านเกษตรกผสมผสาน วิชาการเกษตรต่างๆ ให้กับบุคคลทั้งในและนอกพื้นที่ได้เป็นอย่างดี สมาชิกส่วนใหญ่มีรายได้จากการปลูกผักสวนครัว

ในพื้นที่ภาคตะวันตก วิสาหกิจชุมชนแก้วกล้า ต.ท่ายาง จ.เพชรบุรี “ชุมชนต้นแบบ ศูนย์เรียนรู้ เกษตรเกษตรอินทรีย์และปศุสัตว์ จ.เพชรบุรี” มีสมาชิกจำนวน 26 ครัวเรือน เนื้อที่ 93 ไร่เศษ ปัจจุบันพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านเกษตรอินทรีย์และปศุสัตว์ ให้แก่หน่วยงานรัฐและเอกชนในพื้นที่ เป็นที่ชื่นชมของจังหวัดเพชรบุรีว่าเป็นชุมชนต้นแบบในการบริหารจัดการพื้นที่และเกษตรส่งออกปลอดภัยให้แก่พื้นที่ได้ เชื่อมโยงองค์กรเอกชนเครือข่ายผักอินทรีย์ทั่วประเทศ และส่งออกไปยังต่างประเทศได้ โดยล่าสุดชุมชนได้รับการคัดเลือกให้เป็นกลุ่ม ศพก. เครือข่าย ( ด้านปศุสัตว์ ) ดีเด่นระดับเขต ประจำปี 2564 ภายใต้โครงการศูนย์ส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ปีงบประมาณ 2564

ในพื้นที่ภาคใต้ สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ หมู่ 9 ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี “ชุมชนต้นแบบพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร จ.สุราษฎร์ธานีปัจจุบันมีสมาชิกอยู่จำนวน 37 ครอบครัวปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก คือ ปาล์ม ยางพาราและพืชอาหารเพื่อเลี้ยงชีพและจำหน่าย มีความโดดเด่นชัดเจนในเรื่องของการเป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน และแจกจ่ายแบ่งปันไปยังพื้นที่ใกล้เคียงได้ เป็นกลุ่มสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง และเป็นต้นแบบของโมเดลตัวอย่างการทำงานร่วมกันของรัฐ และเอกชน ทั้งนี้เกษตรกรและผู้ยากจนที่ประสบปัญหาเรื่องที่ดินทำกินสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องที่ดินทำกินได้ที่ โทร 02-278-1648 ต่อ 115, 02-278-1244 ต่อ 610 หรือ 063-214-7844 อีเมล์ saraban@labai.or.th”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon