เดอะมอลล์ กรุ๊ป ลดทั้งห้างในเครือ สูงสุด 80% ต้อนรับกลับมาเปิดบริการ เข้มมาตรการปลอดภัยสูงสุด

นายอมร อมรกุล ผู้จัดการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ ศบค.มีมติเห็นชอบประกาศปรับมาตรการป้องกันการควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19 ให้เปิดกิจการ-กิจกรรมสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป ดังนั้น ศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้แก่ เดอะมอลล์, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ได้ดำเนินมาตรการสาธารณสุขเชิงรุกในพื้นที่ภายในศูนย์การค้าเครือเดอะมอลล์ทั้งหมดก่อนเปิดให้บริการในวันที่ 1 กันยายนนี้ โดยเริ่มจากทำความสะอาดแบบบิ๊ก คลีนนิ่ง

ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกตารางนิ้วของพื้นที่ในศูนย์ฯและห้างฯ ทำการอบฆ่าเชื้อระบบปรับอากาศส่วนกลางด้วยรังสียูวี และดำเนินการเรื่องระบบถ่ายเทอากาศภายในอาคารมากกว่า 10 เท่าต่อชั่วโมง ตรวจวัดค่าปริมาณคลอรีนในน้ำคงเหลือไม่ต่ำกว่า 0.5 พีพีเอ็ม พร้อมทั้งติดตั้ง GUARD SHIELD ที่เคาน์เตอร์ต่างๆ ติดตั้ง TABLE SHIELD บนโต๊ะอาหาร รวมทั้งมีบริการตู้อบฆ่าเชื้อ UV-C STERILIZING สำหรับอบฆ่าเชื้อสินค้าให้กับลูกค้า รวมถึงเปิดบริการสังคมไร้สัมผัสเพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาทิ TOUCHLESS PAYMENT การชำระเงินแบบไร้สัมผัส ผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารต่างๆ, TAP & GO, E-WALLET และแอพพ์ต่างๆ สำหรับชาวต่างชาติ เป็นต้น

นายอมรกล่าวว่า นอกจากนี้ พนักงานทุกคน ทั้งพนักงานห้างฯ พนักงานผู้แทนขาย พนักงานร้านค้า และพนักงานเอาต์ซอร์ส รวมกว่า 10,000 คนก่อนกลับเข้าปฏิบัติงานวันแรกในวันที่ 1 กันยายนนี้ ต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย เอทีเค ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ หรือมีผลตรวจโควิด -19 ด้วยวิธี อาร์ที-พีซีอาร์ ไม่เกิน 7 วันนับจากวันที่เข้าพื้นที่ โดยพนักงานเหล่านี้ต้องได้รับการฉีดวัคซีน       โควิด-19 เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ พนักงานทุกคนต้องอยู่ภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยจะมีการคัดกรองด้วยการประเมินสุขภาพ ตามแนวหลักการ THAI SAFE THAI และสุ่มตรวจด้วยการตรวจ เอทีเค เป็นประจำทุกสัปดาห์ ควบคู่กับการปฏิบัติงานภายใต้มาตรการ UNIVERSAL PREVENTION

“เพื่อความปลอดภัยสำหรับลูกค้าเป็นสำคัญ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขอประกาศตั้งเป้าเป็นศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าปลอดโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยดำเนินการมาตรการดังกล่าวข้างต้น และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของกรมอนามัยตามหลักเกณฑ์ของ  THAI STOP COVID PLUS (TSC+) อีกทั้งยกระดับมาตรการความปลอดภัยเชิงรุกขั้นสูงสุดตามกรอบแนวทาง 7 มาตรการของสมาคมค้าปลีกไทยและคณะกรรมการกลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทย อย่างเคร่งครัด” นายอมรกล่าว

นายอมรกล่าวว่า หลังกลับมาเปิดศูนย์ฯและห้างฯแล้ว ได้วางแนวทางปฏิบัติภายในศูนย์ฯและห้างฯ ไว้ดังนี้ 1.ขอความร่วมมือผู้เข้ามาใช้บริการปฏิบัติตาม D-M-H-T-T (DISTANCING- MASK WEARING- HAND WASHING- TEMPERATURE- TESTING) พร้อมคัดกรองตัวเองผ่าน THAI SAFE THAI (TST) และแสดงให้ผู้รับบริการก่อนเข้าสถานประกอบการ 2.ควบคุมจำนวนพนักงานและลูกค้า 1 คน ต่อ 5 ตารางเมตร ในสถานประกอบการ (กรมอนามัยใช้หลักเกณฑ์ 1 ต่อ 4 ตารางเมตร)

นายอมร กล่าวว่า 3.กำหนดให้มีการจองการเข้ารับบริการผ่านทางแอพพ์ หรือโทรศัพท์ หรือรับบัตรคิวล่วงหน้าในทุกธุรกิจของการบริการ 4.เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสสูงอย่างน้อยทุกๆ 1 ชั่วโมง (กรมอนามัยใช้หลักเกณฑ์ทุกๆ 2 ชั่วโมง) ส่วนร้านอาหารในศูนย์ฯ-ห้างฯ ให้นั่งทานได้ 50% ตามประกาศ ศบค. (งดจำหน่ายและดื่มสุรา) ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม เปิดให้บริการไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อคน ต้องมีการนัดหมายก่อนเข้าใช้บริการ, ร้านนวด เปิดเฉพาะนวดเท้า, คลินิกเสริมความงาม ต้องมีการนัดหมายก่อนเข้าใช้บริการ โดยเปิดให้บริการจนถึงเวลา 20.00 น.

นายอมรกล่าวอีกว่า การกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง พันธมิตรธุรกิจ ซัพพลายเออร์ ผู้ประกอบการร้านค้าได้พร้อมใจกันร่วมกับศูนย์ฯ-ห้างฯ จัดแคมเปญ “SHOPPING MUST GO ON #จะช้อปต้องได้ช้อป” ลดสูงสุด 80% ทุกชั้น ทั้งห้างรับเงินคืนรวมสูงสุด 3,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายช่วยฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปต่อได้

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon