มุมมองชาวไทย หลังเพจสถานทูตจีน ปล่อยถ้อยแถลง ฮึ่ม! อย่าด้อยค่าวัคซีน
เมื่อวันที่ 4 กันยายน จากกรณีสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แถลงคัดค้านการกล่าวหาวัคซีนจีนโดยไร้เหตุ โดยโฆษกสถานทูตจีนประจำประเทศไทย ผ่านเพจอย่างเป็นทางการของสถานทูต โดยระบุว่า มีบางคนและบางองค์การของประเทศไทยได้ด้อยค่าและใส่ร้ายวัคซีนจีนโดยไม่มีเหตุผลใดๆ ซึ่งเป็นการกล่าวหามุ่งร้ายที่ไม่เคารพข้อมูลวิทยาศาสตร์และความเป็นจริง ยืนยันว่าวัคซีนที่ฝ่ายจีนส่งมอบให้ฝ่ายไทยนั้น ได้รับการอนุมัติโดยองค์การอนามัยโลกให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินได้ และได้ผ่านการวิจัยและทดลองในมนุษย์ในระยะต่างๆ ตามข้อกำหนด
ทั้งนี้มีรายงานว่า หลังสถานทูตจีนแพร่ถ้อยแถลงดังกล่าวลงเพจ มีคนไทยจำนวนมากเข้าไปแสดงความเห็น บ้างขออภัยที่มีคนไทยบางส่วนคิดเช่นนั้น บางคนยืนยันว่าคนไทยไม่ได้ด้อยค่าวัคซีนจีน แต่เป็นการถกเถียงอย่างวิทยาศาสตร์ว่าต้องการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากกว่านั้น ขณะที่บางคนระบุว่า เงินประชาชนไทยซื้อจากเอกชนจีน ทำไมเจ้าของเงินจะไม่มีสิทธิวิจารณ์
เริ่มจาก นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง เข้าไปแสดงความเห็นด้วยเฟซบุ๊ก Nitipong Honark ระบุว่า
“ขออภัยที่เรามีคนไทยบางส่วนเป็นเช่นนี้ น่าละอายใจนัก”
ขณะที่มีผู้ติดตามเพจชาวไทยคนหนึ่งระบุว่า “ไม่มีใครด้อยค่า Sinovac หรอกครับ แต่พอเชื้อกลายพันธุ์ Sinovac ป้องกันโรคไม่ได้ บุคลากรทารแพทย์ของประเทศไทยติดเชื้อกันบ้าง บางโรงพยาบาลติดกันทั้งวอร์ด พอบุคลากรติดเชื้อ ต้องรักษาตัว ทำให้บุคลากรของเราไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือประชาชนที่ติดเชื้อและยังไม่ได้รับวัคซีนคนอื่นๆ ครับ ประเด็นมันมีแค่นี้ครับ แต่ที่ผ่านๆ มาขอบคุณในมิตรภาพที่มีให้กันมาโดยตลอดครับ”

ขณะที่ผู้ติดตามชาวไทยอีกรายระบุว่า “ไม่มีความจำเป็นต้องขอบคุณรัฐบาลจีนค่ะ ซิโนแวคเป็นของเอกชนจีน และรัฐบาลไทย ก็ใช้เงินภาษีของประชาชนไปซื้อมา เกี่ยวอะไรกับรัฐบาลจีนคะ ถ้าของมันประสิทธิภาพไม่ดีพอกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เดลต้าเป็นสายพันธุ์ที่คนติดเชื้อกันมากที่สุดในไทย เราย่อมมีสิทธิทักท้วงวิจารณ์การตัดสินใจของรัฐบาล ว่าทำไมยังซื้อมาเพิ่มอีก ก็ขอให้ทางจีนเร่งผลิตวัคซีน mRNA ออกมาให้สำเร็จนะคะ เผื่อจะเป็นอีกทางเลือกให้รัฐบาลไทยสั่งซื้อมาบ้าง ด้วยความเคารพ”

ด้าน ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักจัดรายการทีวีวิเคราะห์การเมืองดัง ใช้เฟซบุ๊ก Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์) เข้าไปแสดงความเห็น ระบุว่า เงินประชาชนไทยซื้อจากเอกชนจีน ทำไมเจ้าของเงินจะไม่มีสิทธิวิจารณ์ครับ
ขณะที่ จ่าพิชิต ขจัดพาลชน เจ้าของเพจ Drama addict เข้าไปแสดงความเห็น ระบุว่า
ถ้าอ้างอิงรายงานของชิลีเป็นการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนสามตัว SV pfizer AZ ในการป้องกันการป่วย การป้องกันการป่วยจนต้องแอดมิทใน รพ. และการป้องกันการเสียชีวิต จากกลุ่มประชากรประมาณห้าแสนคนจากที่ฉีดวัคซีนทั้งสามชนิด เทียบกันพบว่า ประสิทธิภาพของซิโนแวคอยู่ที่ (ป้องกันการป่วยแสดงอาการ, ป้องกันการป่วยจนต้องแอดมิท รพ., ป้องกันการป่วยหนักจนต้องเข้า ICU, ป้องกันการเสียชีวิต) อยู่ที่ 58.49% / 86.02% / 89.68% และ 86.38% ตามลำดับ ส่วนของ pfizer อยู่ที่ 87.6% /97.15% /98.29% และ 100% ตามลำดับ ส่วนของ AZ อยู่ที่ 68.68% / 100% /100% / 100% ตามลำดับ
ก็ไม่มีใครด้อยค่าซิโนแวคนะครับ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เราต้องการตัวที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเพื่อใช้ในการป้องกันการเสียชีวิต เพราะของ pfizer และ AZ สามารถป้องกันการเสียชีวิตได้ถึง 100% หากเทียบข้อมูลกับของชิลี ส่วนของซิโนแวคได้ที่ 86.38% ซึ่งตัวเลขนี้หากเราคูณไปด้วยจำนวนคนที่ฉีดวัคซีนซักล้านคนสิบล้านคน % มันออกมาเยอะอยู่นะครับ อ้างอิงครับ

